จมตีของมู่เฉียนซีได้อย่างว่องไว ร่างของนางพันธนาการมู่เฉียนซีเอาไว้เหมือนกับอสรพิษตัวหนึ่ง
ทั้งสองล้วนแต่ไม่ใช้อาวุธใด ๆ แต่ทว่าฉินตั่วเอ๋อร์มีพลังในการรัดรึงที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก แต่แน่นอนว่าทักษะตี้ซวนของมู่เฉียนซีไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากันนัก
“ทักษะตี้ซวน!”
สิ้นเสียงเย็นชาของมู่เฉียนซี พลังแห่งการทำลายล้างพลันพุ่งออกไป
ฉิ๋นตั่วเอ๋อร์ขยับกายหลบหลีกการโจมตีนั้นไปอย่างลื่นไหลราวกับว่านางเป็นปลาดุกไหลในโคลน และการโจมตีนั้นก็พลาดเป้าไป ” ฉินตั่วเอ๋อร์ยิ้ม กล่าวว่า “ศิษย์น้อง การโจมตีของเจ้าไม่ได้ผลกับศิษย์พี่อย่างข้า น่าเสียดายนะ”
แต่แล้วเงาร่างสีม่วงพุ่งออกไปราวกับสายฟ้าฟาด ร่างมู่เฉียนซีกระโจนขึ้นไปหยุดอยู่บนอากาศและยกมือขึ้น “เช่นนั้น ท่านี้ก็ควรจะมีผลได้แล้วล่ะ หึ ๆ ๆ”
“ทักษะเทียนซวน!”
รอบนี้พุ่งตรงไปทางหน้าอกของฉินตั่วเอ๋อร์โดยตรง
ในตอนนี้เอง เงาร่างสีแดงเหาะไปยังด้านข้างเวทีประลอง และตรงที่เดิมที่นางได้ยืนอยู่บนเวทีประลองนั้น บัดนี้เกิดรอยแตกร้าวขึ้นแล้ว
อาจารย์ผู้คุมสอบสูดลมหายใจเข้าไปเฮือกหนึ่ง “นางมีฝ่ามือที่สามารถต่อสู้ข้ามขั้นได้ แล้วดูนั่น ท่าที่สองแข็งแกร่งกว่าท่าแรกเสียอีก วิปริตยิ่งนัก!”
ในตอนนี้เอง มุมปากของฉินตั่วเอ๋อร์ปรากฏเลือดแดงฉานไหลออกมา การโจมตีด้วยทักษะเทียนซวนทำให้นางช้ำใน นางรีบกินยาเม็ดเข้าไปเพื่อรักษาอาการแทบไม่ทัน
สายตาของนางมองมู่เฉียนซีอย่างเศร้าโศกเ