เสี่ยวหงระลึกถึงวิหคเพลิงตัวนี้มานานแล้ว แม้เรื่องที่เกิดขึ้นในป่าทมิฬ มู่เฉียนซีและชิงฮุ้ยจะไม่ได้พบกันเลยก็ตาม ทว่าในตอนนี้พวกนางทั้งสองถูกพวกมันพามาให้เจอกันจนได้
“อ๊าก!”
“อ๊าย!”
เสียงร้องโหยหวนของทั้งคนทั้งสัตว์ดังลั่น เมื่อเหล่านักเรียนของสำนักศึกษาหนานเฟิงเงยหน้าขึ้นมองไปยังด้านบน ก็ได้เห็นกลุ่มเงาดำกำลังร่วงลงมาจากท้องฟ้า “คุณหนูรอง!” หนึ่งในเหล่าผู้อารักขาของชิงฮุ้ยตะโกน
เพื่อคุ้มกันคุณหนู เหล่าผู้อารักขาพวกนั้นรีบพุ่งเข้าไปช่วย แต่ปรากฏว่าเมื่อพวกเขาได้เจอเข้ากับชิงฮุ้ย เสื้อผ้าของนางถูกเผาเสียจนหลุดลุ่ยไปหมด อีกทั้งเส้นผมของนางก็ไหม้ไปหมดจนกลายเป็นคนหัวโล้นไปเสียแล้ว
ต่อหน้านักเรียนหลายคน ชิงฮุ้ยได้สติกลับคืนมา นางแหกปากกรีดร้องออกมาด้วยเสียงอันดัง
“อ๊ายยยย!”
“ฟืดดดด!” เหล่าผู้คนที่เห็นเหตุการณ์สูดลมหายใจไปเข้าเฮือกหนึ่งอย่างพร้อมเพรียงกัน ด้วยเพราะสิ่งที่ทำให้ใจของทุกคนกระโดดโลดเต้นได้เหมือนวานรนั้นมิใช่เพราะทิวทัศน์ที่สวยงาม หากแต่เป็น…
ร่างกายสะโอดสะองที่ทำให้เกิดอารมณ์เร่าร้อนได้นั้น นึกไม่ถึงเลยว่ามันจะมีรอยแผลเป็นลายเส้นสลับพาดกันไปมาหลากหลายแบบดูแปลกตาพิกล
องครักษ์ของหอชิงลั่วรีบคลุมร่างคุณหนูใหญ่ของพวกเขาด้วยผ้า สายตาชิงฮุ้ยในตอนนี้เบิกกว้าง นางตะลึงจนแทบกลืนกินสวรรค์เข้าไปได้ทั้งหมดแล้ว
หากไม่ใช่เพราะเขา นางก็คงไม่มีรอยแผลน่าเกลียดน่ากลัวมากมายเช่นนี้ ‘ไอ้บัดซบ