เอ๊ย!’
ดูเหมือนว่าเทียนฉีจะไม่รู้สึกเสียใจแม้แต่น้อย สตรีผู้นี้ถูกผู้อื่นเห็นเรือนร่างจนหมดตัวแล้ว เมื่อนึกขึ้นได้ว่านางเป็นว่าที่ภรรยาของเขา เขาก็รู้สึกเหมือนไอ้โง่เง่าที่โดนสวมเขานับไม่ถ้วน ทันใดนั้นเอง สีหน้าของเขาพลันเปลี่ยนกลายเป็นหม่นคล้ำขึ้นมาในทันใด ขณะนี้ชิงฮุ้ยไม่มีเวลามามัวคิดบัญชีกับเทียนฉี นางกล่าวขึ้นด้วยความเกรี้ยวโกรธ “เป็นใครกันแน่ที่กล้าทำอย่างนี้กับข้า ? กล้ามากนะที่มาลอบทำร้ายข้า ใคร! จงออกมาเดี๋ยวนี้!”
เสียงเย็นชาเสียงหนึ่งลอยออกมา “จะเสียงดังทำไม ? ข้ามาตั้งแต่แรกแล้วเจ้าตาบอดรึ ?”
บัดนี้ พวกเขาทั้งหลายที่อยู่ ณ ตรงนั้นรู้สึกถึงบางอย่างอยู่ด้านบนหัวของพวกเขา นกอินทรีตัวใหญ่สีดำสนิทปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศเหนือสำนักศึกษาอย่างน่าเกรงขาม
“สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ระดับสาม! นั่นมันนกอิทรีที่ปีกสองข้างเป็นสีดำนี่” ผู้ที่รู้จักสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ตัวนั้นกล่าวออกมาด้วยความตื่นตะลึง
“น่าทึ่ง! มันเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ระดับสามตัวจริง” บนหลังของอินทรีปีกดำตัวนั้นมีเงาร่างสีม่วงนั่งอยู่อย่างสง่า ผมสีดำสนิทของนางพลิ้วปลิวไสว ใบหน้างดงามของนางก็ทำให้ผู้คนรู้สึกได้ถึงความอึดอัดกดดัน นางนั่งอย่างผ่าเผยราวกับฮ่องเต้ผู้มากล้นไปด้วยอำนาจ
ดวงตากระจ่างใสคู่นั้น ทอแสงเย็นยะเยือกแลดูฉลาดหลักแหลม ก่อนจะเหลือบมองไปยังชิงฮุ้ยผู้น่าสมเพชที่ไม่เหลือผมอยู่แม้เพียงเส้นเดียว
“เป็นเจ้า… นางบ้ามู่เฉียนซ