านไป อาการของเจ้าสิงโตน้อยผู้ซึ่งได้รับบาดเจ็บดีขึ้นมาก ในที่สุดมันก็กลับมาเดินได้ดังเดิม
มู่เฉียนซีนับวัน จู่ ๆ สีหน้าก็เปลี่ยนไปอย่างใหญ่โต
ซวยแล้ว!
ด้วยเพราะเวลาที่อยู่ในป่าทมิฬสุขสบายจนเกินไป นางได้มีความสุขอยู่ท่ามกลางสมุนไพรวิญญาณนับไม่ถ้วนที่เหล่าสัตว์หามาให้ จึงพาลลืมเวลาไปเสียสนิทเลย
คํานวณเวลาดู เหมือนว่าวันนี้ถึงเวลาลงทะเบียนของสํานักศึกษาซวนเสียแล้ว การทดสอบจําลองของสํานักศึกษาของพวกเขาจบลงไปนานแล้ว นางต้องรีบกลับสํานักศึกษา ไม่เช่นนั้นจะพลาดการทดสอบของสํานักศึกษาซวนเสีย
มู่เฉียนซีกล่าวขึ้น “ข้าจำเป็นต้องไปแล้ว หากว่าพวกเจ้ายังเก็บสมุนไพรวิญญาณได้ก็เอามาวางไว้ที่นี่ก่อน ถึงเวลาข้าจะส่งคนไปเอายามาให้”
“อ้อ และเจ้าบ้านั่นก็ใกล้ตายแล้วด้วย ถ้าเจ้าต้องการแก้แค้นก็ฆ่ามันซะเลย”
“ไปก่อนนะ ข้าต้องรีบกลับไปก่อนล่ะ”
“เดี๋ยวก่อนท่านมู่ ข้าจะไปส่งท่านเอง ในป่าทมิฬแห่งนี้ ข้ารวดเร็วที่สุดเลยนะจะบอกให้”
ขณะนั้นเอง มีอินทรีปีกดําปรากฏตัวขึ้นบนท้องฟ้า มันเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ระดับสามที่มาเสนอไปส่งมู่เฉียนซีด้วยน้ำใจ
ไม่นานมานี้ มันติดอยู่ที่จุดสูงสุดของสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ระดับสองมาเกือบพันปี แต่หลังจากที่มันนําสมุนไพรวิญญาณจํานวนมากออกมาให้มู่เฉียนซีเพื่อแลกกับยาเม็ด มันก็สามารถทะลวงผ่านไปอีกระดับได้สำเร็จ มันรู้สึกขอบคุณมู่เฉียนซีอย่างมาก
มู่เฉียนซีกล่าวขึ้นขณะที่ส่งรอยยิ้มเป็นมิตรให้