— ปัง! —
เสี่ยวหงถูกเนตรอำมหิตตบกระเด็น
“นายท่านรีบไป!” อู๋ตี้พามู่เฉียนซีวิ่งตัดเข้าไปที่ส่วนกลางของป่าทมิฬอย่างรวดเร็ว
ระหว่างทาง นางโปรยผงพิษเอาไว้ไม่น้อย ทว่าพิษเหล่านี้มีผลกระทบต่อคนระดับอย่างเจ้าบ้านั่นน้อยมากจริง ๆ
ให้ตายสิ!
“หึ ๆ แม่สาวน้อย เจ้าจะเล่นซ่อนแอบกับข้าอย่างนั้นรึ ? ไม่เป็นไรข้ามีความอดทนพอและจะค่อย ๆ เล่นเป็นเพื่อนเจ้าเอง” เนตรอำมหิตยิ้มร้าย พลันเงาร่างของเขากะพริบวูบวาบตามมู่เฉียนซีไปอย่างรวดเร็วไม่ลดละ ดวงตาก็จับจ้องนางอย่างไม่ละสายตา
สีหน้ามู่เฉียนซีหม่นหมองลง “เจ้าหมอนี่เป็นไอ้โรคจิตแท้ ๆ เขาใช้เคล็ดวิชาลับเช่นนี้เพื่อเพิ่มพลังให้แก่ตนเอง และมิต้องสงสัยเลยว่ามันจะต้องได้รับความทรมานจากเคล็ดวิชานั้น แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ใส่ใจในเรื่องนี้เลยสักนิด” — ฟึ่บ! —
เสี่ยวหงไม่สามารถหยุดเขาเอาไว้ได้ เนตรอำมหิตไล่ตามมาอย่างรวดเร็วขณะที่มือหยิบฉวยเอามีดหลากชนิดออกมา ไม่นานนักเสี่ยวหงก็ถูกล้อม
— ซึ่บ! —
เพียงเวลาไม่นาน ทั้งตัวของเสี่ยวหงเต็มไปด้วยบาดแผล ความเจ็บปวดของการโดนดึงเอ็นถลกหนังมันก็แค่เท่านี้เอง
เสี่ยวหงไม่ร้องออกมาสักคำ มันกลับกล่าวขึ้นด้วยความโกรธเกรี้ยว “ลองแตะต้องนายท่านข้าดูสิเจ้าบ้า!” อู๋ตี้เองก็หงุดหงิดอย่างที่สุด “เจ้ามันไอ้ตัวน่ารังเกียจ!”
“นายท่านไปก่อน ไม่ต้องเป็นห่วงพวกข้า พวกข้ามีเนื้อหนังหนาหยาบด้าน เราไม่ตายง่าย ๆ แน่”
แมวสีขาวตัวใหญ่ราวกับภูเขา