งนางขาดให้ทิ้งรอยเลือดไว้ระหว่างทาง นางสามารถหนีได้เพียงระยะสั้น ๆ เท่านี้เอง เนตรอำมหิตไม่วาย เดินตามมาอย่างช้า ๆ ยิ้มยียวนกวนใจก่อนจะกล่าวขึ้น “สาวน้อย เจ้าอย่าดิ้นรนหนีตายเลย ทำเช่นนี้จะทำให้ตัวเจ้าเองนั้นเหมือนตุ๊กตาแหลกสลาย ความงดงามเจ้าพลันหายหมดนะ”
มู่เฉียนซีทำเหมือนกับไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวด นางเก็บข่มไว้ จ้องมองใบหน้าเนตรอำมหิตด้วยสีหน้าสงบนิ่ง “อย่างไรเสียข้าก็หนีไม่พ้น ต้องตกอยู่ในมือของเจ้าแล้ว เจ้าเองก็ให้ข้าได้ตายอย่างหายข้องใจ บอกข้ามาเถอะว่าใครกันที่ส่งเจ้ามาฆ่าข้า ?”
เนตรอำมหิต “จะยังมีใครอีกหากมิใช่คุณหนูชิงฮุ้ยแห่งหอชิงลั่ว นางได้ยินถึงความชอบของข้าจึงบอกข้าว่าที่ป่าทมิฬแห่งนี้มีสตรีผู้ที่เหมาะกับความชอบของข้าอยู่ ข้าก็เลยมาที่นี่ แต่ไม่คิดว่าเรื่องที่นางให้มานั้นจะตรงเผง สาวน้อย เจ้าเป็นเหยื่อที่ข้าชอบมาก” ชิงฮุ้ย… เป็นนางอย่างที่คิดเอาไว้
มู่เฉียนซีถามขึ้น “เหยื่อรึ ? สิ่งที่เจ้าเรียกว่าเหยื่อนั้นคืออะไรกันแน่ ?”
“แน่นอนว่าคือเด็กสาวที่ทั้งหน้าตาสะสวยมากพรสวรรค์อย่างเช่นเจ้า ตั้งแต่ก่อนจนถึงวันนี้ เจ้านั้นเป็นเหยื่อที่งดงามที่สุดเท่าที่ข้าเคยพานพบ ข้าจะนำความรู้ที่สูญหายไปทั้งหมดที่ข้ามีออกมาแสดงความรักต่อเจ้า เจ้ารู้สึกซาบซึ้งมากเลยใช่หรือไม่เล่า ?!”
“อ่า! ใช่แล้ว ข้าว่าเจ้าคงยังไม่เข้าใจว่าความรู้ที่สูญหายไปคืออะไร ข้าจะแสดงตัวอย่างให้แก่เจ้าเอง อืม… เอ