?”
ทันทีที่มันกล่าวจบ พลันเกิดเสียง ‘แกรก!’ ขึ้นตรงกระบี่มังกรเพลิง
เนตรอำมหิตเลิกคิ้ว “อ้าว กระบี่หักไปแล้ว น่าเสียดายจริง ๆ”
สายตาของมันมองต่ำลงไป ได้เห็นปลายกระบี่บนตัวกระบี่ที่ดูประหลาด ทว่ามันกลับยิ้มออกมา “หากว่าข้าเดาไม่ผิด สิ่งที่ร้ายกาจที่สุดของกระบี่เล่มนี้คือปลายของมันกระมัง! ส่วนอื่นที่เหลือล้วนแต่ธรรมดาทั่วไป”
เขาก้มหน้าลงคิดจะเก็บปลายกระบี่ มู่เฉียนซีรีบห้าม “หยุด!”
ทว่าไม่ทัน กระบี่มังกรเพลิงตกไปอยู่ในมือของเนตรอำมหิตเสียแล้ว มันยิ้มพลางกล่าวขึ้น “สาวน้อย ทีนี้เจ้าก็ไม่มีสิ่งของใดที่สามารถหยุดยั้งข้าได้ เจ้าต้องกลายเป็นของข้า เนตรอำมหิต และแน่นอนว่าของของเจ้าก็ต้องเป็นของของข้า”
เมื่อตกอยู่ในมือของคนบ้า กระบี่มังกรเพลิงดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง
ณ ตอนนี้ราวกับเนตรอำมหิตสัมผัสได้ถึงจิตวิญญาณของกระบี่มังกรเพลิง นั่นยิ่งทำให้เขาเพิ่มความสนใจมากขึ้นไปอีก
“หืม น่าสนใจยิ่งนัก!” เขาสะบัดมือ โยนกระบี่มังกรเพลิงเข้าไปในแหวนมิติของตัวเองแล้วเลื่อนสายตามองไปทางมู่เฉียนซี “สาวน้อย ตอนนี้เจ้าไม่มีเรี่ยวแรงเหลือให้ดิ้นรนอีก เช่นนั้นก็ให้ข้าแสดงความรักกับเจ้าดี ๆ เถอะ”
ขณะที่มือของเขากำลังคว้าเข้ามาใกล้ มู่เฉียนซีรวบรวมแรงที่เหลืออยู่ดันร่างให้ถอยไปด้านหลัง นางเห็นแล้วว่าที่ด้านหลังนั้นเป็นเนินเขาไม่สูงมากนักลูกหนึ่ง
— กุก! กุก! กุก! —
— แควก! — เศษหินเศษอิฐบนเนินเขาฉีกเสื้อผ้าและผิวขอ