ถทำได้เพียงกระบวนท่าสุดท้ายท่าเดียวเท่านั้น นางเอากระบี่มังกรเพลิงที่หลอมขึ้นมาใหม่ออกมา เนตรอำมหิตยิ้มและกล่าวขึ้น “สาวน้อย เจ้านี่มีความอดทนไม่เลวเลยนะ ยังสามารถที่จะจับกระบี่ขึ้นมาได้อีก”
“มาสิ! ฟันข้าสักแผล ข้าจะไม่หลบเลย” เนตรอำมหิตมองมู่เฉียนซีราวกับหนูที่ดิ้นรนหนีตาย
มือของมู่เฉียนซีกำกระบี่เอาไว้แน่น นางเลือดไหลเยอะมากจนมันย้อยไปชโลมที่ตัวกระบี่ กลิ่นคาวเลือดกระตุ้นกระบี่มังกรเพลิงเข้าให้ บัดนี้ทั้งตัวของมันส่งเสียงร่ำร้องต้องการสังหารเจ้าคนบ้าที่ต้องการสังหารผู้เป็นนายของมัน มันจะดูดกินวิญญาณของเจ้านั่นจนหมดสิ้นไม่ให้เหลือซาก มู่เฉียนซีใช้พลังวิญญาณที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด กวัดแกว่งกระบี่มังกรเพลิง นางพยายามรวบรวมกำลังส่งเสียงอันเย็นชาออกไป “มังกรเพลิงสังหาร!”
มังกรเพลิงสีแดงเข้มพุ่งตรงไป จิตสังหารอันเย็นยะเยือกนั้น ทำให้เนตรอำมหิตตะลึงอยู่บ้างเล็กน้อย “โอ้ว! เป็นกระบี่ที่ไม่เลวเลย! เจ้าอ่อนแออยู่แท้ ๆ แต่กลับสามารถใช้พลังที่มีอยู่ใช้กระบวนท่าเช่นนี้ได้”
แม้ว่ามู่เฉียนซีจะประสบความสำเร็จในการใช้ท่ามังกรเพลิงสังหาร แต่เจ้าเนตรอำมหิตนั่นเพียงแค่ใช้มือปัดก็สามารถป้องกันท่ามังกรเพลิงสังหารได้แล้ว
ร่องรอยของประกายไฟแผดเผาเสื้อผ้าของมัน ทว่ามันไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด สายตาของเนตรอำมหิตตกไปที่กระบี่มังกรเพลิง มันยิ้มพลางกล่าวขึ้นว่า “สาวน้อย เอากระบี่เล่มนั้นมาให้ข้าดีไหมล่ะ