มุมปากของมู่เฉียนซียกขึ้นเล็กน้อยเป็นรอยยิ้ม “เหอะ ๆ ท่านลุงทุกท่านอย่าได้ดูถูกพวกเราที่เป็นนักเรียนของสำนักศึกษาเชียว มิเช่นนั้นแล้วจะขาดทุน แม้ที่ให้ร้องไห้ยังจะไม่มีให้ น่าสงสารออกนะ”
ฉินปาและโม่ซางคงไม่รู้จักดีร้ายก็ช่างเถอะ แต่สาวน้อยผู้นี้กลับกล้าประชดประชันพวกเขา น่าแค้นใจนัก!
เหล่านักล่าเงินรางวัลอิสระพวกนี้ ถูกทำให้โกรธกริ้วโดยสมบูรณ์
หนึ่งในคนพวกนั้นที่มีร่างกายสูงใหญ่พุ่งตัวออกมากล่าว “โอหังนัก! รับมือกับเด็กทารกสามคนเช่นพวกเจ้า ข้าเพียงคนเดียวก็พอแล้ว” “โอ้!”
“พอรึ ?”
เงาร่างสีม่วงพุ่งอ้อมเข้าไปที่ด้านหลังของชายผู้นั้นอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าฟาด ยามเมื่อข้อมือของนางสะบัดเพียงคราเดียว เข็มยาเข็มหนึ่งพลันบินออกไปปักเข้าที่คอของชายผู้นั้นอย่างจัง
ชายร่างใหญ่ผู้นั้นรู้สึกถึงอาการเจ็บที่คอ ทันใดนั้นเอง มู่เฉียนซีแค่นเสียงกล่าวขึ้น “ไงล่ะ ตอนนี้เจ้ายังคิดว่าคนเดียวเพียงพออยู่หรือเปล่า ?”
พวกคนที่เหลือเบิกตากว้างมองมู่เฉียนซีด้วยความตระหนก “เจ้าเด็กน้อยน่ารังเกียจ เจ้ามันลอบโจมตี เจ้ามันเจ้าเล่ห์เพทุบาย!”
“อ้าว! พวกข้าไม่ได้โง่หนิ ใครจะยอมให้พวกเจ้าที่มากทั้งกำลังและอายุรังแกพวกเราเฉย ๆ ล่ะ ? คือจะไม่ยอมให้พวกเราลอบโจมตีเลยงั้นสิ!” มู่เฉียนซีกล่าวหยอกล้อยั่วยุ
ใบหน้าของพวกเขาแดงก่ำด้วยความอัดอั้น เจ้าเด็กนี่ช่างน่าโมโหจริง ๆ
“อ้อ และพวกเจ้าอย่าได้ทำอะไรบุ่มบ่าม เพราะเข็มยาของข้า