มราวกับเทพเซียนแห่งเมฆา
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างจนปัญญา “เช่นนั้นแล้วเจ้าจึงได้มาแกล้งตายที่หอหมอปีศาจของข้า แกล้งพวกเหล่านักปรุงยานั้นเล่น จากนั้นก็ให้พวกเขาเชิญข้ามางั้นรึ ?”
“ฮ่า ๆ ๆ อุบายชั้นยอดของข้าถูกเจ้าอ่านออกแล้วสินะ”
ข้าวในถ้วยนั้นได้ถูกเขากินจนเกลี้ยง จวินโม่ซีรีบกล่าวขึ้นอย่างน่าสงสารว่า “สาวน้อย ข้าจะเอาอีก ข้านั้นหิวมาได้ครึ่งปีแล้ว”
มู่เฉียนซีกล่าว “เห็นแก่การที่เจ้ายังมีชีวิตอยู่ วันนี้ข้าจะไม่ถือสาอะไรกับเจ้าหรอก” มู่เฉียนซีเข้าไปเตรียมอาหารให้เจ้าตะกละตะกลามต่อ เขาสามารถหนีตายมาจากมือของเจ้าเฒ่านั่นได้ แล้วยังรอนแรมมาถึงทวีปเสียโจวอย่างปลอดภัยและหาตัวนางพบ นี่เป็นรางวัลที่ดีที่สุดสำหรับเขาแล้ว
ไม่ได้กินข้าวมาครึ่งปีแล้วยังมีชีวิตอยู่รอด!
โม่จิ่นนั้นไม่เข้าใจในความสัมพันธ์ของพวกเขาเลย ทว่าเมื่อคิดดูแล้ว คนผู้นี้คงจะเป็นมิตรสหายที่ดีอย่างมากของนายท่าน มิเช่นนั้นแล้ว นายท่านที่มีสีหน้าและจิตใจอันแสนเย็นชา จะไม่ทำตัวอบอุ่นเช่นนี้แน่
ปริมาณอาหารที่เจ้าตะกละจวินโม่ซีกินเข้าไปนั้น ทำให้มู่เฉียนซีเกิดความรู้สึกอยากจะจับเขาโยนออกไปจากหอหมอปีศาจเสียให้รู้แล้วรู้รอด แต่ทว่า… มู่เฉียนซียิ้มตาหยี “เจ้า เจ้ากินของข้าใช้ของข้าแล้วยังทิ้งตัวลงนอนทำขี้เกียจอีกนะ เจ้าหนีไม่พ้นแน่”
จวินโม่ซีกล่าวขึ้น “มีให้ดื่มมีให้กิน ข้ายังไม่ได้คิดที่จะหนีเลย เจ้าอย่าห่วงไปเลยหน่า”
“โม่จิ่น” มู่เฉี