้นนี้มีราคาตั้งเท่าไรเจ้ารู้หรือเปล่า ?” ปรมาจารย์ไป๋กล่าวออกมาด้วยความเดือดดาลขนานหนัก
มู่เฉียนซี “ท่านปรมาจารย์ไป๋ นี่ท่านให้ข้าทดสอบพลังวิญญาณ เพื่อที่จะให้ข้าทำลูกผลึกทดสอบพังหรือยังไง?” ในที่สุดปรมาจารย์ไป๋ก็ได้กล่าวเข้าเรื่อง “ไม่ใช่ ข้าทดสอบพลังวิญญาณของเจ้าก็เพียงเพราะอยากทราบว่าพลังวิญญาณของเจ้าแกร่งมากเพียงใด และจะมีสมาธิในการเรียนหลอมอาวุธหรือไม่ก็เท่านั้น”
“เรียนหลอมอาวุธงั้นรึ ?” นางนั้นเรียนการปรุงยามาตั้งแต่ยังเยาว์ และมีความสนใจต่อการปรุงยาเป็นอย่างมาก ถึงแม้มาอยู่ในโลกนี้แล้วก็ยังคงเป็นเช่นเดิม ส่วนการหลอมอาวุธ นางไม่เคยคิดเกี่ยวกับมันมาก่อนเลย
ปรมาจารย์ไป๋กล่าว “สาวน้อย เจ้าคิดดูนะ ถึงต่อให้เจ้าไปอยู่ที่สำนักศึกษาซวนเสีย ก็ไม่แน่ว่าเจ้าจะหาตัวอาจารย์ใหญ่ได้พบ ถึงต่อให้หาพบ แต่ด้วยสถานะของเขา เขาก็คงจะไม่ตอบตกลงง่าย ๆ ครั้งนี้ถือว่าข้าตีกระบี่ให้เจ้าใหม่ก็แล้วกัน เจ้าเองก็สามารถใช้มันได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น”
“พอใช้ไปแล้วครั้งหนึ่ง เจ้าจะไม่สามารถใช้มันได้อีก นอกเสียจากหานักหลอมอาวุธผู้อื่นมาตีกระบี่ให้แก่เจ้า แต่ถ้าหากว่าเจ้าสามารถหลอมอาวุธได้ด้วยตัวเอง เมื่อกระบี่หักไปหนึ่งเล่ม เจ้าก็จะได้ตีขึ้นมาแทนได้เองไง เพียงเท่านี้ ข้าคิดว่ามันน่าจะสะดวกกับตัวเจ้ามากขึ้น”
เมื่อมู่เฉียนซีได้คิดทบทวน ก็ดูเหมือนว่าจะเป็นจริงดังที่ท่านปรมาจารย์ไป๋กล่าวมา
ถ้าหากนางเรียนรู