หล่ะ”
เพิ่งจะมาเสียโจวได้ไม่นาน นางไม่อยากจะทำให้สำนักนิกายใหญ่ทั้งสองไม่พอใจ สองคนนี้ไม่ได้ใช้อำนาจคุกคามทั้งหมดซะทีเดียว ตอนนี้เรื่องก็วุ่นวายมากพอแล้ว สั่งสอนให้บทเรียนอันลึกซึ้งกับพวกเขาก่อนแล้วค่อยว่ากัน!
มู่เฉียนซีพาทั้งสองไป เปิดห้องห้องหนึ่งในหอคณิกาและโยนทั้งสองเข้าไปในห้อง
ชิงฮุ้ยเกิดลางสังหรณ์ไม่ดีขึ้น นางกล่าวว่า “นี่เจ้าจะทำอะไร ?”
มู่เฉียนซีโรยผงยาภายในห้อง มุมปากของนางค่อย ๆ ยกยิ้มขึ้น และกล่าวว่า “ดูเหมือนว่า ความสัมพันธ์ของพวกเจ้าก็ไม่เลวเลยนี่ ร่วมมือกันทำเรื่องเลว ๆ เช่นนั้นข้าช่วยพวกเจ้าเอง ทำให้พวกเจ้าสมดั่งที่ปรารถนาเอาไว้ไง”
“ไม่!” ตอนนี้ชิงฮุ้ยรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งตัว จนในที่สุดก็ได้รู้แล้วว่ามู่เฉียนซีคิดจะทำสิ่งใด ส่วนเทียนฉีตอนนี้ได้ขาดสติไปโดยสมบูรณ์แล้ว และมู่เฉียนซีก็ได้อันตรธานหายไปต่อหน้าพวกเขา กลับไปยังสำนักศึกษาแล้ว
มู่เฉียนซีกลับมาเป็นนักเรียนที่ดีตั้งใจอ่านตำราฝึกฝนวิชาต่อไป ส่วนชิงฮุ้ยกับเทียนฉีได้หายตัวไปสามวันแล้ว ทั้งสองเป็นถึงอัจฉริยะแห่งสำนักนิกายระดับหนึ่ง จะเป็นอะไรไปไม่ได้เด็ดขาด
ดังนั้นทางสำนักนิกายและสำนักศึกษาจึงสั่งให้คนออกตามหา แต่กลับนึกไม่ถึงว่าจะเจอพวกเขาในหอคณิกา อีกทั้งพวกเขาก็ได้นัวเนียกันเป็นเวลาสามวันสามคืนแล้ว
อาจารย์หัวโบราณท่านหนึ่งเห็นฉากนี้เข้าก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟขึ้นมาทันที “ไร้ศีลธรรม! ช่างไร้ศีลธรรมสิ้นดี!”
“ใช้ไม่ได้!