งร้อยชิ้นแก่อาจารย์ไป๋ก็เพราะไม่อยากเอาเปรียบเขาเท่านั้นเอง ทว่าถ้าหากปรมาจารย์เฮยหลอมกระบี่ออกมาให้ข้าพอใจได้จริง ๆ หยกวิญญาณที่ข้าจะมอบให้ปรมาจารย์ไป๋ย่อมไม่น้อยแน่นอน”
“จริงรึ ? เจ้าพูดจริง ๆ รึ ? ฮ่า! สาวน้อย เจ้าช่างเป็นสาวงามจิตใจดีจริง ๆ” จู่ ๆ ปรมาจารย์ไป๋ที่ฟังอยู่ตรงมุมห้องก็กระโดดออกมาพลางรีบวิ่งไปตรงด้านหน้าของปรมาจารย์เฮย จับเขาไว้และกล่าวว่า “เจ้าเฮย เจ้าต้องสร้างมันออกมาให้ได้ อย่าทำให้ข้าต้องผิดหวังล่ะ! มิเช่นนั้นแม้วันใดข้ากลายเป็นผีก็จะไม่ปล่อยเจ้าไปเด็ดขาด หึ ๆ ๆ!”
ใบหน้าปรมาจารย์เฮยเต็มไปด้วยเส้นสีดํา ตาเฒ่านี่เป็นสหายแบบไหนกัน ?
มู่เฉียนซีหยิบแหวนมิติออกมาพลางกล่าวกับปรมาจารย์เฮยว่า “นี่คือมัดจํา อาวุธของข้าจะต้องออกมาสมบูรณ์แบบอย่างที่สุด!”
ไม่เช่นนั้นกระบี่มังกรเพลิงคงจะต้องถูกทอดทิ้ง
“ได้เลย!”
อาจารย์ไป๋เข้ามาใกล้ ๆ เขากล่าวขึ้นว่า “ไหน ให้ข้าดูสักหน่อยเถอะว่าข้างในมีเท่าไร”
ปรมาจารย์เฮยโกรธเกรี้ยวขึ้นมา “ไสหัวไปซะ”
ปรมาจารย์เฮยกล่าวกับมู่เฉียนซีว่า “หลังจากทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว ข้าจะส่งคนไปแจ้งเจ้าแล้วกัน”
หลังจากเจรจากันเสร็จ มู่เฉียนซีก็กลับไปเป็นนักเรียนที่สำนักศึกษาต่อ
โม่ซางคงกล่าวถามขึ้นอย่างงุนงง “กระบี่หักไปแล้ว เปลี่ยนกระบี่เล่มใหม่ก็น่าจะได้แล้วมิใช่หรือ ? เจ้าเป็นถึงนักปรุงยา ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีใครมอบกระบี่วิเศษให้เจ้าหรอกกระมัง”
มู่เฉียนซีกล่