วุโสสามไปด้วย” สำหรับผู้ที่มีการติดต่อกับสตรีนางนี้และให้ร้ายโม่จิ่น แน่นอนว่าเจ้าตำหนักโม่จะไม่ปล่อยพวกนั้นไปอย่างเด็ดขาด
เสร็จสิ้นไปสองเรื่องแล้ว ยังเหลืออีกเรื่องหนึ่ง
ชิงฮุ้ยกรีดร้อง “ม่ายยยย!… ข้าเปล่า! ข้าเปล่านะ! นางพูดจาเหลวใหล นางพูดจาเหลวใหลอย่างแน่นอน”
“น้องรอง!” ชิงหนิงเองก็มองชิงฮุ้ยด้วยความช้ำใจ ถึงต่อให้นางจะไร้เดียงสามากกว่านี้ แต่ก็สามารถรู้ได้ว่าการที่ชิงฮุ้ยลงมืออย่างโหดเหี้ยมเมื่อครู่นี้มิได้เป็นอะไรที่พลั้งเผลอไป
“หัวหน้าหอชิงลั่ว ท่านต้องการให้ข้าสะกดจิตลูกสาวสุดที่รักของท่านหรือไม่ ? เพื่อจะได้ถามอะไรให้ชัดเจนขึ้นมาบ้าง” มู่เฉียนซีถามขึ้น
หัวหน้าหอชิงลั่วรีบตอบโต้ “มิจำเป็น! ลูกสาวของข้าข้าจะสั่งสอนนางให้ดีเอง ไม่ต้องให้ผู้อื่นมายุ่มย่ามจัดการ”
“ข้าเองก็ไม่อยากไปยุ่มย่ามหรือยุ่งเกี่ยวกับเรื่องในครอบครัวของท่านนักหรอก แต่ท่านหัวหน้าหอชิงลั่วอย่าลืมเรื่องที่สัญญาเดิมพันเอาไว้ล่ะ” กล่าวจบ มู่เฉียนซีก็ปล่อยหัวหน้าหอชิงลั่วไปอย่างใจกว้าง ทว่าเจ้าตำหนักโม่ไม่คิดทำเช่นนั้น “หัวหน้าหอชิง เรื่องนี้เจ้าพยายามหาความผิดให้แก่ตำหนักโม่อวี่ของข้า ซ้ำร้ายยังนำเอาเรื่องนี้ไปทำให้ตำหนักโม่อวี่ของข้าเสียหายไม่เป็นท่า แต่สุดท้ายแล้วมันกลับเป็นเรื่องที่ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของเจ้าก่อขึ้นมา เจ้าจะจัดการเช่นไร ?”
ผู้อาวุโสสูงสุดกล่าวสำทับ “ใช่ เสี่ยวจิ่นเป็นถึงอัจฉริยะของตำหนักโม