มู่เฉียนซีกล่าวเสียงเบาว่า “เป็นอะไรไปล่ะ ? ฮูหยินฉือประหลาดใจมากใช่หรือไม่ที่คุณหนูใหญ่ชิงฟื้นขึ้นมาได้ ?”
“ไม่ จะเป็นเช่นนั้นได้ยังไง! เห็นคุณหนูใหญ่ชงฟื้นขึ้นมาเช่นนี้ ข้าดีใจเป็นที่สุด!” ฮูหยินฉือยิ้มพลางกล่าว
หัวหน้าหอชิงลั่วกล่าวว่า “ต่อให้ไม่ใช่ความผิดของโม่จิ่น แต่หัวแก้วหัวแหวนของหอชิงลั่วกลับเกิดเรื่องขึ้นในพื้นที่ของเจ้า ไม่ว่ายังยังไง พวกเจ้าก็ควรที่จะอธิบายเรื่องนี้ให้กระจ่าง!”
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเย็นชาว่า “วางใจได้ ผู้ที่ใส่ร้ายป้ายสีโม่จิ่น ข้าก็ไม่คิดจะปล่อยไปเช่นกัน”
จิตสังหารของทั้งสองร้อนแรงขึ้น สีหน้าของฮูหยินฉือก็ยิ่งซีดเผือด
“วันนี้ข้ารู้สึกไม่สบาย ต้องขอตัวกลับไปพักผ่อนก่อน”
มู่เฉียนซี “ช้าก่อน!”
“ยังมีเรื่องอันใดอีก ?” ฮูหยินฉือกล่าวถาม
“ฮูหยินเป็นคนสุดท้ายที่อยู่กับคุณหนูใหญ่ชิงก่อนที่นางจะโดนยาพิษ ดังนั้นฮูหยินคือผู้ที่น่าสงสัยมากที่สุด ฮูหยินยังไปไม่ได้”
“ข้าจะทำร้ายคุณหนูใหญ่ชิงด้วยเหตุอันใด ข้าทำไปก็ไม่มีประโยชน์!” ฮูหยินฉือตะโกนเสียงแหลม
ทุกคนต่างก็หน้านิ่วคิ้วขมวด เรื่องนี้มันผ่านมานานมากแล้ว และไม่มีทางที่จะสืบสวนได้
ในเวลานี้เอง น้ำเสียงอันอ่อนนุ่มก็ดังขึ้น “ท่านพ่อ เรื่องนี้ปล่อยผ่านไปเถอะ ถึงยังไงหนิงเอ๋อร์ก็ไม่ได้เป็นอะไรแล้ว”
หัวหน้าหอชิงลั่วกล่าว “จะปล่อยผ่านไปได้เช่นไร ? พวกเขาทำร้ายเจ้าจนเจ้าหมดสติไปนานเช่นนี้ บัญชีนี้จะต้องชำระให้หมด”
มู่เฉ