มู่เฉียนซีกล่าว “ตำหนักโม่อวี่รึ ? แน่นอนว่าเจ้าต้องไป เดิมทีข้ายังไม่แน่ใจนักว่าสาขาที่สองของเสียโจวจะไปเปิดที่ไหน ด้วยเพราะเจ้าเป็นผู้อาวุโสที่สามแห่งตำหนักโม่อวี่ จะทำเรื่องต่าง ๆ ในเขตของตำหนักโม่อวี่นั้นคงเป็นอะไรที่เหมาะสมที่สุดแล้วใช่ไหมล่ะ ?”
โม่จิ่นพยักหน้ารับ “อืม ที่จริงแล้วข้าก็คิดเช่นนั้น”
มีนักปรุงยาระดับสูงอยู่ถึงสิบสองคนคอยดูแล ถึงแม้ว่ามู่เฉียนซีและโม่จิ่นจะจากไป หอหมอปีศาจก็คงไม่เกิดเรื่องใหญ่อันใดขึ้นมา
ตำแหน่งของตำหนักโม่อวี่อยู่ในเมืองโม่ เมืองโม่นั้นนับได้ว่าเป็นหนึ่งในเมืองใจกลางของทวีปเสียโจว ระดับของเมืองก็สูงกว่าเมืองตงไห่ถึงหนึ่งขั้นเพราะเมืองแห่งนี้มีสำนักนิกายระดับหนึ่งคอยดูแลอยู่
เมื่อโม่จิ่นและมู่เฉียนซีก้าวเข้าไปในตำหนักโม่อวี่ ทหารองครักษ์ผู้หนึ่งก็กล่าวขึ้น “ท่านผู้อาวุโสที่สาม หัวหน้าตำหนักเชิญท่านไปที่โถงห้องประชุมขอรับ” “ข้าเข้าใจแล้ว”
เวลานี้มีคนอยู่ในห้องประชุมใหญ่ไม่น้อย ผู้ที่นั่งตรงตำแหน่งหลักนั้นเป็นคนรุ่นอาผู้มีใบหน้างามละม้ายคล้ายคลึงกับโม่ซางคง แต่ยังไม่ทันที่จะให้เหล่าบรรดาผู้คน ณ ที่แห่งนั้นเริ่มติเตียนโม่จิ่น ผู้อาวุโสสูงสุดก็กล่าวออกมาด้วยสีหน้าตกตะลึง “เจ้า… เจ้าออกมาแล้วรึ ?!”
แน่นอนว่าคำพูดนี้ของผู้อาวุโสสูงสุด เขาจงใจกล่าวกับมู่เฉียนซี
ระยะเวลาที่นางเข้าไปในจวนชางไห่มันเกินเลยกว่าเวลาปกติไปมาก นางไม่น่าจะออกมารวดเร็วเช่นนี้ได้