่านเปลี่ยนข้อเรียกร้องของท่านได้หรือไม่ล่ะ ?”
“ข้อเรียกร้องอีกข้อหนึ่งคือให้นายน้อยโม่สู่ขอฮุ้ยเอ๋อร์ นางสองคนมีรูปลักษณ์สง่างาม ทั้งยังมีพรสวรรค์สูงส่ง ไม่มีอะไรเหมาะสมไปกว่านี้แล้ว” หัวหน้าหอชิงลั่วกล่าว อีกผู้หนึ่งเป็นถึงผู้อาวุโสที่สามระดับมหาจักรพรรดิ อีกผู้หนึ่งนั้นเป็นนายน้อยแห่งตำหนักโม่อวี่ ไม่ว่าจะเสียสละตัวผู้ใดมาตบแต่ง พวกหอชิงลั่วก็ล้วนแต่เป็นฝ่ายที่ได้กำไร
หัวหน้าตำหนักโม่กล่าว “อา… เรื่องนี้ เกรงว่าจะไม่เหมาะสม…”
หัวหน้าหอชิงลั่วกล่าวตอบ “ข้าผู้นี้ให้หน้าแก่ตำหนักโม่อวี่มากพอแล้ว หากว่าข้อเสนอทั้งสองนี้พวกเจ้าไม่ยอมรับ เช่นนั้นโม่จิ่น เจ้าจงระวังตัวให้ดีและจงหดหัวอยู่แต่ในตำหนักโม่อวี่ มิเช่นนั้นคนของหอชิงลั่วของข้าอาจเผลอพลั้งมือฆ่าเจ้าหมอนี่เข้าให้ก็ได้ ถึงตอนนั้นขอเจ้าตำหนักโม่จงอย่าได้ช้ำใจก็แล้วกัน!”
เจ้าตำหนักโม่ขมวดคิ้ว สายตากวาดมองไปที่โม่จิ่น
“จิ่นเอ๋อร์!”
สําหรับโม่จิ่นแล้ว เขาปฏิบัติต่อโม่จิ่นเสมือนเป็นบุตรแท้ ๆ ของตนเองเสมอมา ในครานั้นที่ต้องส่งโม่จิ่นไปยังเกาะวิญญาณมรณะ ก็ด้วยเพราะมีเหตุจำเป็นต้องทำ ความแข็งแกร่งของตำหนักโม่อวี่กับหอชิงลั่วช่างห่างชั้นกันยิ่งนัก
โม่จิ่นมิได้เป็นลูกในไส้ เขาไม่สามารถเทียบกับลูกชายที่เขาให้กำเนิดขึ้นมาได้ เพราะอย่างไรเสียโม่ซางคงก็เป็นนายน้อยแห่งตำหนักโม่อวี่ จะให้ไปแต่งงานกับชิงฮุ้ยที่โหดร้ายเช่นนั้นได้อย่างไรกัน
เขาทราบด