กแตะต้องมีสิทธิ์ตายได้
แม้ว่าเขาจะเป็นจะยอดฝีมือระดับมหาจักรพรรดิ แต่เขาก็ไม่กล้าเสี่ยง
เขาคํารามอย่างเกรี้ยวกราด “สาวน้อย เจ้ามันชั่วร้ายนัก ถึงกับลงมืออย่างโหดเหี้ยมเช่นนี้”
ดวงตาดำงามของมู่เฉียนซีมองเขาอย่างงุนงง “ชั่วร้ายรึ ? ข้าแค่หวังดีเอาของของนางคืนให้นางก็เท่านั้นเอง มันชั่วร้ายอย่างไรล่ะ ?”
“ก็นางพ่ายแพ้เจ้าแล้ว เจ้ายังลงมืออีกทำไม ?”
“แพ้ ? แต่ข้าไม่ได้ยินว่านางยอมแพ้เลยนะ”
โม่จิ่นยิ้ม กล่าวว่า “ใช่แล้ว ชิงฮุ้ยนางยังไม่ยอมแพ้ ขอผู้อาวุโสที่สองอย่าเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการประลองครั้งนี้เลย”
เวลานี้ชิงฮุ้ยรู้สึกเจ็บปวดจนพูดไม่ออก แต่นางไม่มีทางยอมแพ้เด็ดขาด!
ผู้อาวุโสที่สองกล่าว “พอเถอะ ข้าขอยอมแพ้แทนคุณหนูรองเอง”
แพ้แล้ว คุณหนูรองอัจฉริยะแห่งหอชิงลั่วพ่ายแพ้อย่างน่าสังเวชเสียแล้ว
“เอาล่ะ ในเมื่อเจ้าแพ้แล้ว ก็ส่งของเดิมพันที่ตกลงกันไว้ออกมาซะ! พวกเจ้าเป็นถึงสํานักนิกายระดับสอง คงจะไม่กลับคำกระมัง”
นอกจากคนในสนามประลองกับโม่จิ่นและโม่ซางคงแล้ว สีหน้าของคนอื่น ๆ พลันเปลี่ยนไป
โม่ซางคงกล่าวด้วยเสียงต่ำ “ผู้อาวุโสสูงสุด ข้าไม่อยากให้ข่าวลือออกไปว่าตําหนักโม่อวี่ของพวกเราไม่รักษาคำพูด”
ใบหน้าของผู้อาวุโสสูงสุดแข็งทื่อ แต่เขาเลือกที่จะยิ้ม “แน่นอน ข้าเพียงแค่คิดว่าที่ตัวข้ามีสมุนไพรวิญญาณไม่มากนัก เกรงว่าแม่นางมู่จะไม่พอใจ”
เขานำสมุนไพรวิญญาณทั้งหมดออกมาด้วยรอยยิ้มเสแสร้ง แม้แต่ผู