ยที่มาจากไหนก็มิทราบผู้นี้ อายุน้อยกว่านางถึงสองปี ถ้าหากว่าต่อสู้กันอย่างตรงไปตรงมา แม่สาวน้อยตาดำ ๆ นี่จะต้องแพ้อย่างน่าอนาถเป็นแน่ โม่จิ่นกลับรู้สึกเห็นใจคุณหนูรองผู้ที่โง่เขลาไม่เลือกเวลาเสียแล้ว ท้าใครสู้มิว่า ดันมาท้ามู่เฉียนซีที่สามารถต่อสู้ข้ามระดับขั้นได้อย่างง่ายดายเหมือนกับกรอกน้ำเย็นลงคอ
การทารุณกรรมตัวเองไม่ได้โหดร้ายขนาดนั้น!
“เหอะ ๆ แต่ข้าไม่ได้อยากสู้กับเจ้าเลยสักนิด มันสิ้นเปลืองแรงเปล่า” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเกียจคร้าน
“เจ้ากลัวข้าล่ะสิ!” ชิงฮุ้ยกัดฟันกล่าวเย้ย
“ใช้การยั่วยุก่อศึก ต่ำช้านัก!” มู่เฉียนซีมองสตรีชุดแดงตรงหน้าที่กำลังงี่เง่าอยู่ ชิงฮุ้ยรีบกล่าว “ไม่รู้ล่ะ ยังไงวันนี้ข้าจะต้องได้ประลอง”
มู่เฉียนซีโบกมือ “อืม ๆ ๆ เห็นแก่การที่เจ้ามีความตั้งใจอันน่ายกย่อง ประลองก็ประลอง แต่ข้าล่ะสงสัยจริงว่าหากชนะเจ้าแล้วข้าจะได้ประโยชน์อันใด ?”
“เจ้าต้องการอะไรล่ะ ?”
“ได้ยินมาว่าพวกเจ้ามาจากสำนักนิกายระดับหนึ่ง เวลาออกไปนอกสำนัก พวกเจ้ามักจะพกสมุนไพรวิญญาณติดตัวไปด้วยไม่น้อย ถ้าหากว่าเจ้าแพ้ จงส่งมอบสมุนไพรวิญญาณของพวกเจ้าชาวหอชิงลั่วให้แก่ข้าเป็นเช่นไร ?”
ชิงฮุ้ยเมียงมองผู้อาวุโสที่สองก่อนจะกล่าวตอบ “เรื่องนี้ข้าไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจ”
ชิงซ่าน “แม่นางมู่ เจ้าเดิมพันใหญ่ไปหน่อยแล้ว เด็กน้อยทะเลาะกันเพียงเอาเครื่องประดับวางเดิมพันก็พอแล้ว”
“เครื่องประดับเรอะ ? หึ ๆ” มู่เฉี