นอกจากนี้ยังมีเสียงตื่นตระหนกดังขึ้น “โม่จิ่น โม่จิ่นนี่เจ้าออกมาจากเกาะวิญญาณมรณะแล้ว”
โม่จิ่นพบกับคนรู้จักในเกาะใต้แล้ว ถึงแม้ว่าจะพาเขาหนีออกมาจากเกาะวิญญาณมรณะ แต่เขาก็ไม่ได้บอกถึงสถานะตัวตนของตัวเอง และนางก็ไม่เคยถามเขาแต่อย่างใด ขอเพียงแค่เขาสามารถทำงานได้ดี มีประโยชน์และขูดรีดได้ก็เพียงพอแล้ว
มู่เฉียนซีเหลือบมองบุรุษและสตรีตรงหน้า บุรุษผู้นี้ดูเหมือนจะอายุยี่สิบปีต้น ๆ รูปร่างสูงยาวของเขาถูกห่อหุ้มด้วยชุดคลุมยาวสีม่วงเข้ม ทำให้เขาดูสุขุมและเป็นผู้ใหญ่มาก
อวัยวะบนใบหน้าทั้งห้า โฉมหน้าไม่เหมือนกับโม่จิ่นผู้ที่อยู่ข้างนางเลย แต่เมื่อเทียบกันแล้วโม่จิ่นนั้นดูรูปหล่อและแข็งแกร่งกว่า ส่วนเขาดูงดงามและดูบอบบางไปสักหน่อย
ข้าง ๆ เขาเป็นสตรีสวมอาภรณ์สีแดง ดูน่ารักและมีเสน่ห์นางหนึ่ง ผัดหน้าจัดอย่างประณีต เป็นที่น่าดึงดูดของผู้คนเป็นพิเศษ
มู่เฉียนซีแอบคิดในใจว่า ‘เสียโจวแห่งนี้เต็มไปด้วยความงดงามจริง ๆ’
โม่จิ่นมองไปที่บุรุษชุดม่วง มุมปากยกยิ้มขึ้นอย่างสดใสพลางกล่าวว่า “อาคง ไม่ได้เจอกันนาน คิดถึงข้าบ้างหรือไม่ !”
โม่ซางคงกล่าว “อาจิ่น เจ้ารีบหนีไปเร็วเข้า อย่าให้พวกนั้นเห็นเจ้าได้เด็ดขาด”
“ส่วนเจ้า……” เขาเหลือบมองสตรีข้างกายด้วยความเย็นชา
“ทางที่ดีเจ้าทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นอะไรเลยจะดีกว่า” ในน้ำเสียงนั้นมีความคุกคามแฝงอยู่
ชิงฮุ้ยกล่าวอย่างโกรธเกรี้ยวว่า “นี่ตำหนักโม่อวี่ของพวกเจ้าวางอุบา