ในที่สุดใบหน้านิ่งสงบนั้นก็เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นมาบ้างแล้ว พวงแก้มขาวราวหิมะของมู่เฉียนซีปรากฏสีแดงระเรื่อขึ้นมา นางเก้อเขินอย่างบอกไม่ถูกเลย
เพียงแค่ช่วงเวลาสั้น ๆ นั้น จิ่วเยี่ยอยากพานางไปด้วยจริง ๆ คงจะดีหากว่านางได้อยู่ข้างกายเขาตลอดเวลา
มู่เฉียนซีใช้กำลังทั้งหมดที่มีผลักเขาออกไป “จิ่วเยี่ย การที่เจ้าทำเช่นนี้มันทำให้ข้าอดไม่ได้ เจ้าทำให้ข้าอยากให้เจ้าอยู่ที่นี่ต่อนะ”
เข็มยาหลายเข็มถูกมู่เฉียนซีนำออกมา นางเตรียมพร้อมที่จะลงมือแล้ว ใบหน้าเย็นชาทว่างดงามนั้นเปี่ยมไปด้วยความสุขล้น แต่มู่เฉียนซีกลับกล่าวต่ออีกว่า “ข้ากลัวว่าอาการป่วยของเจ้าจะกำเริบ เมื่อถึงตอนนั้น หากข้าผู้เป็นหมอข้างกายเจ้าไม่อยู่ เจ้าคงต้องลำบากอยู่บ้าง”
มีหมอรับผิดชอบต่อหน้าที่ในความเป็นหมออย่างที่สุดอย่างเช่นนาง ไม่ว่าผู้ป่วยผู้ใดก็ควรรู้สึกดีใจ แต่ดวงตาเย็นชาของจิ่วเยี่ยกลับยิ่งฉายแววอันตรายมากขึ้น เขาเกลียดการที่นางทำตัวเป็นหมอที่ดีและรับผิดชอบในหน้าที่ของตนเป็นที่สุด เขาอยากให้นางทำสิ่งเหล่านี้ให้เขาเพราะความรักใคร่ห่วงใยอย่างสุดซึ้งในฐานะคนรักมากกว่า
“แล้วยังมีอะไรอีก ?” เขากล่าวขึ้นด้วยเสียงแหบแห้ง
“แล้วก็… เจ้านั้นเป็นคนที่ข้าหมายตัวเอาไว้ ข้ายังไม่ได้คิดบัญชีค่ารักษากับเจ้าเลย เช่นนั้นเมื่ออาการกำเริบแล้วก็อย่าได้ให้ผู้อื่นมาแตะเนื้อต้องกายเจ้าได้โดยง่าย มิเช่นนั้นแล้วข้าก็คงจะขาดทุนครั้งใหญ่”
กลิ่นอา