ยอันตรายของจิ่วเยี่ยพลันอันตรธานไป เขากอดร่างบางไว้ พร้อมกันนั้นเสียงนุ่มนวลก็ดังออกมา “ไม่หรอก”
“เมื่อข้ากำเริบ แน่นอนว่าต้องมาหาเจ้า”
มู่เฉียนซีนั้นแทบจะขบลิ้นตนเองให้แตก เมื่อครู่นี้นางกล่าวอะไรออกไปโดยไม่ผ่านสมองขบคิดเลย เขารู้ทันนางแน่แล้ว
นี่มิใช่เป็นการหาเรื่องให้หมาป่ากัดเอาหรอกรึ ? ทว่าในตอนนี้จะเอาสิ่งที่ตนเองกล่าวออกไปกลับมาก็ไม่ทันเสียแล้ว
มู่เฉียนซี “ข้าไม่อยากที่จะเห็นสภาพตอนที่อาการป่วยของเจ้ากำเริบแล้ว เช่นนั้น เจ้าจะต้องควบคุมตนเองให้ดีนะ หากไม่ถึงคราวจำเป็นอย่างยิ่งจริง ๆ ก็จงอย่าได้อดทนอยู่กับมันเพียงลำพัง” “อ้อ แล้วก็ยังมียาอีกสองสามชนิดที่เจ้าต้องติดตัวเอาไว้ เมื่อกลับไปยังที่ของเจ้าก็อย่าได้ลืมหาข่าวเกี่ยวกับคัมภีร์หมื่นคำสาป และถ้าหากเจ้ามีเวลาก็หาข่าวคราวเกี่ยวกับสมุนไพรวิญญาณที่ข้าต้องการเสียหน่อย”
มู่เฉียนซีมีเรื่องกำชับกับผู้ป่วยผู้นี้มากมายนัก ในที่สุดนางก็กำชับเสร็จ
มู่เฉียนซีหันกลับไปกล่าวขึ้นว่า “ที่ท้องคลังในเรือยังมีสมบัติอีกมากมายที่ยังไม่ได้เก็บไป ในเมื่อจะต้องปิดผนึกทางผ่านนั้นเอาไว้ ข้าจะไปจัดการกับมันก่อน เพราะข้าเองก็ไม่อยากให้มีสัตว์ประหลาดที่แข็งแกร่งเป็นที่สุดโผล่ออกมาอย่างกะทันหันในตอนที่ข้ากำลังผจญโลกอยู่”
นางจะไม่กล่าวว่าแล้วพบกันใหม่ เพราะอย่างไรเสียเขาก็อยู่เคียงข้างนางตลอดอยู่แล้ว
จิ่วเยี่ยที่ยืนอยู่ตรงนั้นก็จะไม่เอ่ยคำลากับมู่เฉียนซี