ทางด้านเสี่ยวหงและอู๋ตี้ที่เฝ้าอยู้ส่วนด้านนอก
“เห…? แปลกนะ ปกตินายท่านไม่เคยใช้เวลานานขนาดนี้มาก่อน เจ้าว่าเกิดเหตุอันใดขึ้นกับนายท่านรึเปล่าเจ้าหมูอ้วน ?” อู๋ตี้พึมพำ มันนั้นคิดอยากไปตรวจดูให้แน่ชัด แต่กลับถูกเงาร่างกลม ๆ สีแดงขวางไว้
“เจ้าแมวบ้า! เจ้าอย่าได้โง่เง่าเข้าไปทำลายช่วงเวลาดี ๆ ของนายท่านเชียว”
“ช่วงเวลาดี ๆ งั้นรึ ?” อู๋ตี้แผ่พลังวิญญาณออกมา จนในที่สุดก็ได้ยินเสียงจากด้านในนั้น ถึงจะได้ยินเพียงเล็กน้อยแต่ก็พอจับใจความได้
ในพริบตา อู๋ตี้ก็โมโหพลางกล่าวว่า “อ๊าก! ไอ้ชายสารเลวนั่นรังแกนายท่านอีกแล้ว ทั้งที่โดนคำสาปอันตรายเสียขนาดนั้น เขายังจะ… หึ! เขาจะเลิกทำตัวให้นายท่านเกิดความรู้สึกดีบ้างจะได้ไหมนี่ ?!” เสี่ยวหงกล่าว “เจ้าโง่! เหตุใดเจ้าจึงเรียกว่ารังแก นี่เรียกว่าทั้งสองมีใจให้กันต่างหากเล่า มันเป็นความสมัครใจของทั้งคู่ แต่ก็นั่นแหละ แมวโง่เช่นเจ้าจะไปเข้าใจอะไร”
“เออ! ข้ามันไม่เข้าใจ ข้าไม่เข้าใจ! ตกลงเจ้าเป็นสัตว์พันธสัญญาใครกันแน่ เจ้ายังไม่รู้อีกหรือว่าชายผู้นั้นอันตรายเพียงใด ?”
“ไม่ใช่ว่ายังมีท่านผู้พิทักษ์นิรันดร์แล้วก็นายท่านอยู่อีกรึ ? เจ้านี่ทำตัวเหมือนขันทีที่ตื่นตูมแทนจักรพรรดิเสียจริง”
“เจ้าน่ะสิขันที คอยดูเถอะ ข้าจะทำให้เจ้าเป็นขันทีจริง ๆ” ในเมื่อมีจิ่วเยี่ยอยู่ พวกมันทั้งสองคงมิต้องยื่นมือเข้าไปจัดการ หากมีผู้ใดไม่ดูตาม้าตา เรือกล้าเฉียดกรายเข้าใกล้ม