ก ๆ ภายหลังข้าจะได้ไม่ทำซีเจ็บ” จิ่วเยี่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
“เจ้าบ้านั่นอีกแล้วรึ ? ข้าจะกรีดแทงจื่อโยวเป็นพันรอยแผล ข้าจะฆ่าเขา!”
ทำความคุ้นชิน นางให้จิ่วเยี่ยทำความคุ้นชินไปตั้งกี่ครั้ง นั้นยังไม่พออีกหรือ ? “ต่อหน้าข้าห้ามเอ่ยชื่อชายอื่น!” จิ่วเยี่ยกล่าวเสียงแข็ง หลังจากนั้น… ก็เป็นการทำความคุ้นชินอย่างลึกซึ้งอีกครั้งจนมู่เฉียนซีรู้สึกว่าทั้งร่างกายนางไร้เรี่ยวแรง
ตกดึก ดาวตกดวงหนึ่งร่วงหล่นตัดเส้นขอบฟ้า บนผืนน้ำทะเลก็ปรากฏเงาเลือนรางของเรือสีดำสนิทแล่นรอบเกาะวิญญาณมรณะ
กาลเวลาทิ้งร่องรอยเป็นบาดแผลลึกไว้ที่ตัวเรือ ทำให้ผู้ที่ได้พบเห็นมันเป็นอันต้องรู้สึกเสียวสันหลังขนลุกขนพองขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้
“นั่นเป็นเรือวิญญาณมรณะ เรือวิญญาณมรณะได้ปรากฏขึ้นแล้ว!”
“รีบไปรายงานท่านผู้นำเร็วเข้า!”
“รายงานท่านผู้อาวุโสด้วย เร็ว!” เหตุที่เกาะแห่งนี้ได้ถูกขนานนามว่าเกาะวิญญาณมรณะ ทั้งหมดก็เป็นเพราะเรือวิญญาณมรณะลำนี้ เรือลำนี้ราวกับว่ามันแล่นออกมาจากนรก ทุกครั้งที่มันปรากฏขึ้นมา จะต้องมีพายุฝนคาวโลหิตเสมอ
ค่ำคืนแห่งเกาะวิญญาณมรณะดูเหมือนกับว่าจะไม่สงบเงียบ แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น จิ่วเยี่ยกลับอุ้มร่างของมู่เฉียนซีที่กำลังหลับกลับเข้าไปในที่พักของนางโดยที่ไม่มีผู้ใดกล้าที่จะตามมารบกวน
จู่ ๆ บนเกาะแห่งนี้กลับปรากฏกลิ่นอายบางอย่างที่เขาคุ้นเคย ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะเริ่มสนใจมัน
“จื่อโยว!” “ได้ ข้า