วินเต๋อมองดูสาวน้อยชุดม่วงผู้งดงามที่เดินเข้ามา เขารีบชิงตรัสขึ้นก่อนว่า “สาวน้อย เจ้าไม่ต้องกล่าวคำขอโทษอะไรทั้งสิ้น”
มู่เฉียนซีสะดุ้งเล็กน้อยที่ฮ่องเต้เหวินเต๋อมิได้มีท่าทีที่จะกล่าวโทษนางเลยแม้แต่น้อย
ฮ่องเต้เหวินเต๋อตรัสว่า “ในฐานะผู้เป็นพ่อ การที่สูญเสียบุตรชายผู้เป็นที่รักยิ่งกว่าดวงใจนั้น เป็นเรื่องที่โศกเศร้าใจมาก แต่เราเคารพในสิ่งที่เขาเลือก”
มู่เฉียนซีกล่าว “เซี่ยยังมีทางรอด วิญญาณของเขายังมิได้สลายหายไป ตราบใดที่หาสมุนไพรวิญญาณได้ครบ หม่อมฉันจะตั้งใจปรุงยาหยินหยางอนันต์อย่างสุดความสามารถ ไม่ว่าจะต้องใช้เวลานานแค่ไหน หม่อมฉันจะทำให้เซี่ยฟื้นคืนชีพขึ้นมาให้ได้”
ฮ่องเต้เหวินเต๋อตรัส “เจ้ากล่าวถึงเพียงนี้ เราก็วางใจ อ้าวเซี่ยจะต้องฟื้นขึ้นมา”
มู่เฉียนซี “ฝ่าบาท เช่นนั้นหลังจากนี้คงต้องปรับปรุงเซี่ยโจวหน่อยแล้วเพคะ”
ฮ่องเต้เหวินเต๋อตรัสว่า “ไม่รู้ว่า สาวน้อยมู่มีความคิดเห็นที่เหนือชั้นอย่างไรบ้าง ?”
“ประการแรก จะต้องแก้ไขสมญานามของเชียนอ้าวเซี่ยก่อนเพคะ ถึงอย่างไรเสียเรื่องนี้ก็มิอาจปกปิดเป็นความลับได้แล้ว”
ไม่นานนัก ข่าวลืออันหนาหูของเชียนอ้าวเซี่ยก็ได้แพร่สะพัดไปทั่วทั้งแคว้นเฉียนเซี่ย องค์รัชทายาทเซี่ยแห่งแคว้นเฉียนเซี่ยมิใช่สวะไร้ประโยชน์
อายุยังน้อย แต่กลับฝึกฝนพลังวิญญาณได้ถึงขั้นจักรพรรดิแห่งภูตระดับเก้า อีกทั้งยังได้สืบทอดมรดกของจักรพรรดิปิงเสว่หลิงตี้ และได้กลายเป็นย