้าวเซี่ยเสร็จ มู่เฉียนซีก็ได้บอกลาน่าหลานอวี้ และรีบเดินทางไปยังแคว้นหนานเถิง
ยังมีผู้ร่วมทางมาด้วย นั่นก็คือชิวหลิงและหลินเอ๋อร์ มู่เฉียนซีกล่าวถามว่า “กลับหนานเถิงครานี้ ฮูหยินจะจัดการยังไงต่อ ?”
ชิวหลิงกล่าว “ตอนนั้น หากไม่ใช่เพราะเขา เผ่าเทพหนานอู้ก็คงไม่ถูกทำลายล้าง หนี้ที่ควรจะทวงคืน ก็ต้องทวงคืนกลับมาให้ได้ จะไม่ยอมปรานีอย่างเด็ดขาด”
“รอหลังจากที่ข้าบูชาเซ่นไหว้เผ่าเทพหนานอู้เสร็จสิ้น ข้าก็จะพาหลินเอ๋อร์ไปใช้ชีวิตอย่างสันโดษ จะสอนและฝึกฝนให้กับเขา”
มู่เฉียนซีกล่าว “รีบจบเกมรบให้เร็ว ข้าจะให้องครักษ์เงาของตระกูลมู่ไปช่วย”
ในยามวิกาลของวันเดียวกัน นับว่าเป็นฝันร้ายของฮ่องเต้ผู้เนรคุณแห่งแคว้นหนานเถิง!
“ชิวเอ๋อร์ อย่า ข้ารักเจ้า ตอนนั้นข้าโดนบีบบังคับ ข้าจนปัญญาจริง ๆ ข้า……”
อ๊าก!
ภายในชั่วครู่หนึ่ง ห้องบรรทมของฮ่องเต้หนานเถิงก็แปดเปื้อนไปด้วยเลือด ทว่า เขายังมิได้สิ้นพระชนม์ชีพ เพียงแต่เป็นอัมพาตมิอาจเดินเหินได้ และได้กลายเป็นสวะไร้ประโยชน์ไปโดยสิ้นเชิง
ในยามรัตติกาลนี้ แคว้นหนานเถิงจะไม่มั่นคงอีกต่อไป การแย่งชิงบัลลังก์จักต้องน่าตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมาก เพียงแต่ว่าเรื่องนี้มิได้เกี่ยวข้องกับชิวหลิงและหลินเอ๋อร์แล้ว
มู่เฉียนซีกับจิ่วเยี่ยเข้าไปในเทือกเขาหนานอู้ มีจิ่วเยี่ยไปด้วยเช่นนี้ เทือกเขาหนานอู้ที่ร่ำลือกันว่าเต็มไปด้วยภยันตรายนี้ สำหรับเขาแล้วมิได้อันตรายเลยแม้แต่น้อย
ห