“ข้าว่านะถิงเอ๋อร์น้อย ท่านสุ่ยจิงอิ๋งนั้นไม่เคยได้ลงนามพันธสัญญาอันใดกับเยี่ยของพวกเรามาแต่แรก” เสียงจื่อโยวที่จู่ ๆ ก็โผล่เข้ามาดังขึ้น เงาร่างสีเขียวเข้มเดินเข้าไปในห้อง จื่อโยวที่ถูกจิ่วเยี่ยซัดเข้าไปเสียอย่างหนัก เวลานี้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้งชนิดที่ว่ากายอาบเลือด
“หึ! ไม่ได้ทำพันธสัญญา นั่นก็เป็นเพราะเขาบังคับให้พี่สาวข้าทำพันธสัญญา แต่พี่สาวข้าไม่ตอบตกลง ดังนั้นแล้วเขาจึงได้ทำร้ายจนพี่สาวข้ามีสภาพเช่นนี้”
ในที่สุดมู่เฉียนซีก็ได้รู้เหตุผลที่ว่าเหตุใดอาถิงถึงได้ร้องตะโกนจะฆ่าฟันจิ่วเยี่ยเมื่อครานั้น เหตุผลก็เพราะเช่นนี้นี่เอง ทว่านั่นมันดูไม่เหมือนเอาเสียเลย!
“ฮ่า ๆ ๆ ถิงเอ๋อร์น้อย จินตนาการของเจ้านั้นช่างล้ำเลิศนัก” จื่อโยวยิ้มตาหยีมองมาที่อาถิง อาถิงขนลุกเป็นหนังไก่ไปทั้งร่าง เดิมทีเจ้าจิ้งจอกจื่อโยวนั่นก็น่าสะอิดสะเอียนอยู่แล้ว ตอนนี้ยังมาทำเช่นนี้อีก
“เจ้าบ้าโรคจิต อย่าได้เรียกเช่นนั้น มันน่าขยะแขยงจะตาย” อาถิงกล่าวขึ้นด้วยความโกรธเคือง
จื่อโยวกล่าว “เรื่องนั้นให้ข้าเป็นผู้ตัดสินใจจะดีกว่า เยี่ยเจ้าว่าเช่นไร ?”
จิ่วเยี่ยกอดมู่เฉียนซีเอาไว้ในอ้อมอก เขากล่าวขึ้นอย่างเย็นชา “อย่าไร้สาระ!”
“เยี่ยกับท่านสุ่ยจิงอิ๋งได้พบกันด้วยความบังเอิญจากโชคชะตา ท่านสุ่ยจิงอิ๋งต้องการใช้พลังของเยี่ยเพื่อหาตัวเจ้าศาลาเรือนรางเก้าชั้น และความสามารถของผู้พิทักษ์อย่างนิรันดร์เจ้านั้นก็รู้ดี เช่น