วยการที่เป็นผู้ทำพันธสัญญากับเจ้า ทันทีที่เจ้ามีอันตราย ข้าจะปกป้องเจ้าให้ปลอดภัย”
“ตกลง” มู่เฉียนซีพยักหน้า
“สิ่งที่ข้าควรจะพูดก็ได้พูดไปหมดแล้ว เช่นนั้นข้าก็จะไม่รบกวนโลกของเจ้าสองคนแล้วล่ะนะ” จื่อโยวกล่าวออกมาเช่นนี้ จากนั้นเขาก็หายตัวไป
เวลานี้ทั้งห้องจึงเหลือเพียงแค่จิ่วเยี่ยและมู่เฉียนซีสองคน ทั้งสองจ้องตากัน จิ่วเยี่ยนั้นก็เป็นคนที่ไม่ค่อยพูดอยู่แล้ว ในตอนนี้บรรยากาศจึงเงียบลงในทันใด
“จิ่วเยี่ย ผู้พิทักษ์นิรันดร์นั่น เจ้าให้ข้าจริง ๆ หรือ ?” “อืม ข้านั้นไม่เคยให้ใครมาปกป้อง ข้ามีแต่จะปกป้องคนที่ข้าสนใจเท่านั้น คนผู้นั้นก็คือซี”
ร่างของทั้งสองนั้นขยับเข้ามาใกล้ชิดกัน มู่เฉียนซีรู้สึกว่าร่างกายของจิ่วเยี่ยร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้ง
“ข้าจะหาชิ้นส่วนที่เหลือของผู้พิทักษ์นิรันดร์จนครบ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม ข้าจะต้องทำให้นางฟื้นฟูพลังขึ้นมาได้ถึงขั้นสูงสุด เมื่อถึงเวลานั้น ต่อให้คำสาปบนร่างข้าทำให้ข้าเสียการควบคุมตนเอง ข้าเองก็ไม่อาจที่จะทำร้ายเจ้าที่อยู่ในการปกป้องของผู้พิทักษ์นิรันดร์ได้” จิ่วเยี่ยกล่าวอย่างมุ่งมั่น
ตอนนั้นเขาทำไปเพียงเพื่อตอบแทนบุญคุณ และคงไม่ทำถึงขนาดไม่สนอะไรทั้งสิ้นเพื่อที่จะตามหามัน
และตอนนี้ เพื่อที่จะปกป้องนาง เขาจะทำทุกอย่างเพื่อที่จะหาชิ้นส่วนของผู้พิทักษ์นิรันดร์ให้ครบ
ถ้าหากจะกล่าวว่า ‘หากทั้งโลกใบนี้ไม่มีใครที่จะมีสติดีเหลืออยู่ที่จะสามารถปกป้องซี