งมอบให้กับหญิงโง่มู่เฉียนซีกระมัง! เจ้าคงไม่คิดที่จะเก็บมันเอาไว้เอง ข้านั้นไม่วางใจที่จะให้ส่วนหนึ่งของพี่สาวข้าไปอยู่ในมือของชายผู้นี้”
“ไม่ให้!” จิ่วเยี่ยตอกกลับไปด้วยเสียงเย็นชาและโหดเหี้ยม
อาถิง “อะไรของเจ้า ? ในเมื่อพี่สาวข้ามิใช่ผู้ทำพันธสัญญาของเจ้า เจ้าจะเก็บเอาไว้กลีบหนึ่งทำไมกันเล่า ?”
“มีหนึ่งกลีบเพื่อเอาไว้รับรู้ เยี่ยจึงจะสามารถตามหาที่เหลืออยู่ได้ มิเช่นนั้นแล้วเยี่ยคงอดไม่ได้ที่จะมอบกลีบทั้งหมดให้แก่สาวน้อยคนงามผู้นี้ กลีบแห่งผู้ปกป้องนิรันดร์อยู่ในมือของสาวน้อยมากเท่าไร สาวน้อยก็จะยิ่งปลอดภัยมากขึ้นมิใช่หรือ ?” อาถิงก้มหน้าไปครู่หนึ่งแล้วจึงเงยหน้ามองสุ่ยจิงอิ๋งอย่างซับซ้อน มองพี่สาวที่แข็งแกร่งของเขาที่กลายเป็นเช่นนี้ เขาเองก็ปวดใจนัก
อาถิงกล่าวขึ้น “ข้าจะไปนอนพักผ่อนแล้ว ข้าอยากที่จะแข็งแกร่งมากกว่านี้ จากนี้ไปให้ข้าคอยปกป้องพี่สาวข้าก็ได้ ข้าจะต้องหาอีกเจ็ดกลีบที่เหลือให้พบให้จงได้”
สุ่ยจิงอิ๋งยิ้ม กล่าวขึ้น “อื้ม! อาถิง เจ้าโตเป็นผู้ใหญ่แล้วนะ”
สองข้างแก้มของอาถิงแดงเรื่อขึ้นมา “พี่พูดอะไรกัน ? ข้านั้นเป็นผู้ใหญ่มาโดยตลอดอยู่แล้ว” กล่าวจบ อาถิงกลายเป็นแสงสีเขียวอ่อน และกลับไปนอนหลับอยู่ในมิติพันธสัญญา สุ่ยจิงอิ๋งหันมองมู่เฉียนซี “ซีเอ๋อร์ จากนี้ไปเจ้าก็สามารถเรียกหาข้าสุ่ยจิงอิ๋งได้แล้ว พลังของข้าเองก็ไม่เพียงพอแล้วเช่นกัน ข้าจะต้องตกอยู่ในอาการหลับใหล แต่ด้