“อย่าาาา!”
ฝันร้ายในอดีตทําให้มู่เฉียนซีตะโกนออกมา เสียงของนางตกไปในหูของจิ่วเยี่ย ทําให้จิ่วเยี่ยที่เสียสติไปแล้วสงบสติอารมณ์ลง
ความปรารถนาและเหตุผลเริ่มต่อสู้กันในใจของเขา ยาที่ออกฤทธิ์ช้า ในที่สุดก็ได้ผลแล้ว
จิ่วเยี่ยโอบมู่เฉียนซีเข้าไปในอ้อมแขนนั้น เช็ดเหงื่อบนหน้าผากนางและมองแววตาของนางที่ค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นมา
“จิ่วเยี่ย…”
น้ำเสียงของมู่เฉียนซีแหบแห้ง นั่นเป็นฝันร้ายที่นางไม่เคยคิดจะนึกถึงมาโดยตลอด บนหอฉงโหลวบนเมฆา ภาพมายานี้ก็เคยถูกกระตุ้นขึ้นมาเล็กน้อย แต่ตอนนี้กลับถูกขุดขึ้นมาทั้งหมด
ทั้งหมดเป็นเพราะเวลานี้หัวใจนางไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเช่นนั้นหรือ ?
“มู่เฉียนซีที่รัก พลังของเจ้าแข็งแกร่งเกินไป ความงามในตอนนี้เจ้ายังสามารถต้านทานไว้ได้ โชคดีที่เจ้าหยุดเขาได้ ไม่อย่างนั้น…” เสียงนิรันดร์ดังลอยมา
“ไม่อย่างนั้นจะทำไมรึ ?” มู่เฉียนซีเอ่ยถามเสียงแข็ง “ไม่อย่างนั้นลมปราณ พลังวิญญาณ และวิญญาณของเจ้าจะกลายเป็นเครื่องสังเวยที่เสริมสร้างคําสาปของเจ้าบ้าข้างกายเจ้าให้แข็งแกร่งขึ้น และเจ้าจะยิ่งออกห่างจากหวงจิ่วเยี่ยไม่ได้ จนกระทั่งพลังวิญญาณของเจ้าหมดลง วิญญาณของเจ้าก็จะถูกกลืนกินไปจนหมดจึงเป็นอันจบสิ้น”
มู่เฉียนซีสูดลมหายใจพลางกล่าว “อืม คําสาปนี้ร้ายกาจยิ่งนัก”
“ในใต้หล้านี้ไม่สามารถหาคําสาปที่ชั่วร้ายกว่านี้ได้อีกแล้ว เขาสามารถอยู่มาได้ถึงตอนนี้ก็นับว่าเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์ใจมากแล้ว”