้อนผ่าวอย่างหนัก
ในที่สุดจิ่วเยี่ยก็ปล่อยตัวนาง มู่เฉียนซีรีบผลักจิ่วเยี่ยออกไปและรีบตรวจสอบบาดแผลของตนเองทันที แต่ทว่า บาดแผลอยู่ที่ไหนเล่า ?
บริเวณที่เขากัดเมื่อครู่ ตอนนี้กลับมีรอยประทับสีฟ้าอ่อนเพียงจุดเดียว มันดูเหมือนกลีบดอกบัวที่เป็นผลึกก็มิปาน
กลีบดอกนี้เหมือนจริงมาก ทั้งมันยังมีกลิ่นอายวิญญาณที่ดึงดูด
ปลายนิ้วของมู่เฉียนซีลูบไล้ลงไปบนกลีบดอกไม้นี้ ไม่มีความรู้สึกหยาบกร้านแต่อย่างใด ราวกับว่ามันเติบโตตามธรรมชาติเหนือผิวของนาง
“นี่มันอะไรกัน ?” มู่เฉียนซีถามขึ้นอย่างฉงนสงสัย ร่างกายของนาง เดิมทีไม่มีสิ่งนี้อย่างแน่นอน
จิ่วเยี่ยหยิบอาภรณ์ชุดหนึ่งออกมาจากมิติและค่อย ๆ สวมใส่มันให้กับมู่เฉียนซี จากนั้นเขาก็กล่าวว่า “เดี๋ยวซีจะรู้เอง”
ทันใดนั้น แสงสีฟ้าก็พุ่งออกมาจากร่างของมู่เฉียนซี พลันมีเงาร่างสีฟ้าปรากฏขึ้นในอากาศ
หญิงสาวที่อ่อนโยนดูเป็นธรรมชาติ ราวกับสายน้ำที่ไหลผ่านปรากฏกายขึ้น
ดวงตาที่อ่อนโยนคู่นั้นของนางจับจ้องมองมู่เฉียนซีพลางยิ้ม กล่าวว่า “ข้ายังไม่ได้แนะนําตัวเองเลย …ข้าเป็นหนึ่งในมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ ผู้พิทักษ์นิรันดร์ ดอกบัวหงเก้ากลีบ ต่อไปโปรดชี้แนะข้าด้วย นายท่าน” “ผู้พิทักษ์นิรันดร์!” มู่เฉียนซีมองสตรีตรงหน้าผู้นี้ นี่คือนางผู้นั้นที่จิ่วเยี่ยตามหา หญิงสาวที่ช่วยชีวิตนางไว้ท่ามกลางความว่างเปล่าที่แตกสลาย ที่แท้นางก็เป็นหนึ่งในมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันด