วิญญาณนั้นขึ้นมา
“เมื่อก่อนข้าไม่รู้มาก่อนเลยว่ามีเข็มเหมือนของเจ้าเช่นนั้นด้วย นทีแห่งวิญญาณนี้แน่นอนว่าต้องกินทางปาก”
“ข้าเข้าใจแล้ว”
มู่เฉียนซียื่นขวดนทีแห่งวิญญาณให้กับจิ่วเยี่ย “จิ่วเยี่ย กินนทีแห่งวิญญาณนี้เข้าไปเจ้าก็ควบคุมมันได้แล้ว”
“รีบกินเร็วเข้า!”
ทว่า ตอนนี้จิ่วเยี่ยเอาแต่จ้องมองนางราวกับไม่ได้ยินเสียงที่นางพูดก็มิปาน มู่เฉียนซีรู้สึกได้ว่าจิ่วเยี่ยไม่มีความสนใจในยานี้เลยแม้แต่น้อย สิ่งที่เขาปรารถนานั่นก็คือ อยากจะกลืนกินนาง
“จิ่วเยี่ย……” มู่เฉียนซีต้องการจะปลุกให้จิ่วเยี่ยตื่น แต่จิ่วเยี่ยก็ยังคงไม่สนใจนาง
“จิ่วเยี่ย ดื่มยา!”
ดูเหมือนว่าจิ่วเยี่ยจะไม่สนใจในคำพูดของมู่เฉียนซี และเข้าหามู่เฉียนซีคิดจะปล้นชิงริมฝีปากที่แดงระเรื่อนั้น มู่เฉียนซีรู้ดีว่ามิอาจหลบหลีกได้ ในใจก็ลุกลี้ลุกลนขึ้น จากนั้นนางก็เทยาในขวดนั้นเข้าปากตัวเอง
ยานี่ ขมยิ่งนัก!
“นิรันดร์!” มู่เฉียนซีกัดฟันกรอด
“ข้าคิดจะให้เขาดื่ม ก็เลยให้รสชาติมันออกมาแย่ แต่คิดไม่ถึงเลยสักนิดว่าเจ้า……”
อืม! จิ่วเยี่ยจูบริมฝีปากของมู่เฉียนซีอีกครั้งและมู่เฉียนซีก็ส่งนทีแห่งวิญญาณในปากทั้งหมดให้กับจิ่วเยี่ย
ใช้เข็มฉีดยาฉีดสองสามเข็มยังจะสะดวกกว่าเลย! ตอนนี้ขมไปทั้งปากแล้ว ช่างทรมานยิ่งนัก
จิ่วเยี่ยรับรู้ได้ถึงความผิดปกติของมู่เฉียนซี กวาดล้างความขมในปากทั้งหมดของมู่เฉียนซีมา และความขมในปากของนางก็ค่อย ๆ จางลง
เพียงแต่ว่ากา