ในตอนนี้เอง นิรันดร์ที่ถูกมู่เฉียนซีเรียกจนนับครั้งไม่ถ้วน ในที่สุดก็ตื่นขึ้นมาแล้ว
“ยอดดวงใจ เจ้าเรียกข้าด้วยความรักเช่นนี้ คิดถึงข้าแล้วหล่ะสิ”
“จะว่าไปสตรีทั้งใต้หล้ายังหลงใหลข้าเลย การที่เจ้าคะนึงถึงข้าก็นับว่าเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว”
“นิรันดร์……” มู่เฉียนซีกล่าวเสียงขรึม
“นิรันดร์ เจ้าตื่นช้าไปแล้ว เจ้าตื่นขึ้นมาตอนนี้แล้วจะมีประโยชน์อันใด ?”
นิรันดร์ยิ้มพลางกล่าว “ที่รักของข้าจะร้องไห้งั้นรึ ไม่เป็นไร มาซบอกพี่ร้องไห้ก็ย่อมได้ เมื่อไหร่ที่สตรีคิดจะร้องไห้ ก็ร้องออกมาอย่างกล้าหาญเถิด”
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง “ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาร้องไห้!”
นางกำหมัดแน่นและมองไปที่กุ่ยมู่ที่กำลังพัวพันอยู่กับจิ่วเยี่ย เจ้านี่คือตัวการสำคัญ จักต้องจัดการเสียให้สิ้นซากให้ได้
นิรันดร์กล่าวว่า “ยอดดวงใจของข้า เจ้าอย่าลืมสิว่าข้าเป็นถึงหม้อเทพนิรันดร์นะ! ขอเพียงแค่ร่างของเขายังไม่ถูกทำลาย ข้าก็ช่วยเจ้าคิดหาวิธีได้”
“เช่นนั้นเจ้าก็รีบคิด ข้าไปดูท่านอาก่อน!”
มู่อวู่ซวงที่กลืนกินยาแก้พิษลงไป ในที่สุดตอนนี้ก็ได้หยุดกระอักเลือดแล้ว เขาค่อย ๆ รู้สึกแสบร้อนที่ขาทั้งสองข้าง จากนั้นสองขาของเขาก็แทบจะระเบิดก็มิปาน
มู่อวู่ซวงกัดฟันแน่นไม่ส่งเสียงใดใด ตอนนี้ซีเอ๋อร์เสียใจมากพอแล้ว เขาไม่ต้องการให้ซีเอ๋อร์เป็นกังวลเพราะเขาอีกเด็ดขาด
มู่อวู่ซวงเก็บซ่อนทุกอย่างเอาไว้ มู่เฉียนซีจับแขนเขาก่อนจะกล่าวขึ้