ในตอนนี้เป็นเวลาสำคัญที่สุดในการปรุงยาของมู่เฉียนซี จะให้กุ่ยมู่จับเอาตัวไปไม่ได้
“อู๋ตี้ผู้ไร้เทียมทานในใต้หล้า มาแล้ว! เจ้าอย่าได้คิดว่าจะสามารถมารบกวนนายท่านของข้าในตอนนี้ได้” อู๋ตี้ได้กลายร่างเป็นแมวร่างยักษ์ตัวหนึ่งที่ให้ความรู้สึกสูงตระหง่านราวกับกำแพงเหล็กก็มิปาน มันยืนขวางอยู่ตรงหน้ามู่เฉียนซีเอาไว้
— ปึก! —
แต่กิ่งไม้ที่แหลมคมนั้นได้ตกลงมาบนร่างของมัน และทำให้หนังของมันเปิดจนเห็นเนื้อได้อย่างชัดเจน
— ติ๋ง! ติ๋ง! —
ขนสีขาวราวหิมะของมันก็ได้เปลี่ยนเป็นสีแดงเลือดและมีเลือดหยดทันที ทว่าถึงแม้จะเป็นเช่นนี้ มันก็ยังคงยืนกรานอยู่เช่นเดิม “น่ารังเกียจนัก หากมิใช่เพราะพลังของข้าในตอนนี้มีไม่พอละก็ ไม่มีทางที่จะถูกกิ่งไม้เล็ก ๆ ทำบาดเจ็บเอาเช่นนี้ได้” “เพลิงเผาสวรรค์!” เสี่ยวหงเองก็ไม่ได้นิ่งดูดาย มันตะเบ็งเสียงออกมา
พวกมันทั้งสองต้องช่วยกันยื้อเวลาให้แก่ผู้เป็นนาย ให้นางหลอมยาแก้พิษนั้นออกมาได้สำเร็จ
— ปั้ก! ปั้ก! ปั้ก! —
ทว่าแม้อู๋ตี้และเสี่ยวหงจะสู้อย่างสุดกำลัง แต่ก็ไม่สามารถป้องกันมู่เฉียนซีเอาไว้ได้ ทันใดนั้นพวกมันพลาดท่าเสียที ร่างของเสี่ยวหงและอู๋ตี้ถูกกุ่ยมู่ซัดกระเด็นออกไป เงาร่างสีฟ้าเงาหนึ่งวาบเข้ามา อาถิงยืนกันเอาไว้ที่ด้านหน้าของมู่เฉียนซีและบ่นพึมพำ “หญิงโง่! เจ้าต้องรีบแล้ว ข้ายื้อเอาไว้ได้อีกไม่นานนัก”
“เวลาย้อนกลับ!”
แสงสีเขียวอ่อนยับยั้งกิ่งไม้ของกุ่ยมู่เอาไ