็น่าสังเวชอยู่บ้าง หากมิใช่เพราะเชียนอ้าวเซี่ยห่อหุ้มพวกเขาด้วยชั้นน้ำแข็งหิมะแล้วล่ะก็ มีหวังต้องโดนหินเหล่านั้นทับขยี้จนเละเป็นแน่
อาถิงกล่าวอย่างโกรธเกรี้ยวว่า “บัดซบ ก็ทำได้แค่อวดบารมี อันที่จริงแล้วก็ไม่เท่าไหร่!”
เชียนอ้าวเซี่ยกับน่าหลานอวี้ต่างก็ตกตะลึง “พลังนี้ มันเป็นพลังอะไรกันแน่ ?”
ต้องเหนือกว่าขั้นมหาจักรพรรดิแน่นอน ยอดฝีมือขั้นมหาจักรพรรดิหากเผชิญหน้ากับพลังอันน่าสะพรึงกลัวนี้จักต้องแตกสลายเป็นผุยผงแน่
ส่วนมู่เฉียนซีก็ประหลาดใจเช่นกัน นางรู้ว่าจิ่วเยี่ยนั้นแข็งแกร่งมาก แต่เขากลับทำให้นางต้องรู้จักเขาใหม่ในทุก ๆ ครั้ง มันช่างวิปริตเกินไปแล้ว
คนเดียวที่นิ่งสงบมาก เกรงว่าจะมีเพียงแค่นายท่านสามมู่เท่านั้น นายท่านสามมู่คว้าแขนมู่เฉียนซีพลางกล่าว “ซีเอ๋อร์ รีบออกไปจากที่นี่ก่อนเถอะ!”
มู่เฉียนซีพยักหน้า “อืม!”
พลังนั้นมิใช่สิ่งที่นางจะต่อต้านได้ ขืนอยู่ต่อไปก็จะกลายเป็นการสร้างปัญหาให้จิ่วเยี่ยเปล่า ๆ
นางเงยหน้าขึ้นมองจิ่วเยี่ยที่กำลังสู้ตบปรบมืออยู่กับกุ่ยมู่กลางอากาศ เขาใช้พลังรุนแรงเช่นนี้ไปแล้วจะควบคุมคำสาปนั้นได้หรือไม่ ?
ตูม!
กุ่ยมู่พบว่าตนเองต่อสู้กับจิ่วเยี่ยไปก็ไร้ประโยชน์!
กลุ่มคนชุดดำเหล่านั้นอุทานขึ้นกว่า “นายท่านกุ่ยมู่แข็งแกร่งยิ่งนัก สมดั่งคำร่ำลือจริง ๆ!”
“นายท่านกุ่ยมู่มีพลังแข็งแกร่งอันดับหนึ่งในใต้หล้า ใครก็มิอาจเทียบได้!”
กุ่ยมู่กล่าวเสียงขรึม “อย่ามัวแต่