รบต่อ ส่วนคนอื่น ๆ ก็ต่างอพยพกันไปแล้ว ที่เหลือก็รอแค่ศัตรูรายใหญ่มาเยือนตูม! กลุ่มคนชุดดำกลุ่มหนึ่งพรวดออกมาจากดินแดนลึกลับ“นายท่าน!” พวกเขาทั้งหมดมองไปที่ร่างร่างหนึ่งที่ซ่อนตัวอยู่ในชุดคลุมดำ“ข้ายังคงจำกลิ่นอายของสาวน้อยผู้นั้นได้ มันอยู่ทางนั้น!” เขายกมือชี้ไปทางที่ตั้งของสำนักอวิ๋นเยียนสองมือคู่นั้นเหมือนกิ่งไม้ที่ผุกร่อนก็มิปาน ไม่เหมือนมือมนุษย์เลยแม้แต่น้อย“นายท่านวางใจได้ พวกเราจะเอาเมล็ดพันธุ์แห่งชีวิตให้นายท่านให้ได้”ขวั่บ ขวั่บ ขวั่บ!เงาร่างหลายร่างพรวดไปทางสำนักอวิ๋นเยียนอย่างรวดเร็วดุจดั่งลมพายุก็มิปานทุกคนสัมผัสได้ถึงลมเย็นที่พัดผ่าน แต่แม้กระทั่งร่างก็มิอาจมองเห็นได้ชัดมู่เฉียนซีที่ยืนอยู่บนยอดสูงสุดของสำนักอวิ๋นเยียนในตอนนี้ พลังจิตของนางแผ่ซ่านออกไป และรับรู้ได้ว่ากลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวนั้นกำลังใกล้เข้ามาแล้วภายในชั่วพริบตาเดียว เงาร่างในชุดดำหลายร่างก็ได้ตกลงมาจากกลางอากาศดวงตาที่น่ากลัวภายใต้ผ้าคลุมนั้นจ้องมองไปที่มู่เฉียนซี “สาวน้อย เราเจอกันอีกแล้วนะ”มู่เฉียนซีกล่าวถาม “ข้าเคยเจอตัวประหลาดเช่นเจ้าด้วยรึ ?”ขวั่บ!เขายื่นมาออกมาจับชุดคลุมนั้นโยนทิ้ง และเผยให้เห็นใบหน้าที่เหมือนไม้โบราณแห้งผุกร่อน รากไม้แห้งรากหนึ่งพุ่งเข้าหามู่เฉียนซี“เช่นนี้ เจ้าคงจะจำข้าได้แล้วสิ!” กระบี่มังกรเพลิงของมู่เฉียนซีถูกชักออกจากฝัก และตัดรากไม้ที่พุ่งเข้ามาใกล้นางขาดสะบั้น“ที่แท้ก็