หลายร่างพรวดไปทางสำนักอวิ๋นเยียนอย่างรวดเร็วดุจดั่งลมพายุก็มิปาน
ทุกคนสัมผัสได้ถึงลมเย็นที่พัดผ่าน แต่แม้กระทั่งร่างก็มิอาจมองเห็นได้ชัด
มู่เฉียนซีที่ยืนอยู่บนยอดสูงสุดของสำนักอวิ๋นเยียนในตอนนี้ พลังจิตของนางแผ่ซ่านออกไป และรับรู้ได้ว่ากลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวนั้นกำลังใกล้เข้ามาแล้ว
ภายในชั่วพริบตาเดียว เงาร่างในชุดดำหลายร่างก็ได้ตกลงมาจากกลางอากาศ
ดวงตาที่น่ากลัวภายใต้ผ้าคลุมนั้นจ้องมองไปที่มู่เฉียนซี “สาวน้อย เราเจอกันอีกแล้วนะ”
มู่เฉียนซีกล่าวถาม “ข้าเคยเจอตัวประหลาดเช่นเจ้าด้วยรึ ?”
ขวั่บ!
เขายื่นมาออกมาจับชุดคลุมนั้นโยนทิ้ง และเผยให้เห็นใบหน้าที่เหมือนไม้โบราณแห้งผุกร่อน รากไม้แห้งรากหนึ่งพุ่งเข้าหามู่เฉียนซี
“เช่นนี้ เจ้าคงจะจำข้าได้แล้วสิ!” กระบี่มังกรเพลิงของมู่เฉียนซีถูกชักออกจากฝัก และตัดรากไม้ที่พุ่งเข้ามาใกล้นางขาดสะบั้น
“ที่แท้ก็เป็นเจ้าต้นไม้แก่นี่เอง เจ้าคิดจะทำอะไร ?”
“เอาเมล็ดพันธุ์แห่งชีวิตออกมาซะโดยดี ไม่แน่ ข้าอาจจะใจดีไม่ทำให้เจ้าตกใจจนอกสั่นขวัญหายก็ได้”
มู่เฉียนซีโบกมือพลางกล่าว “ต้องขอโทษด้วย เมล็ดพันธุ์แห่งชีวิตถูกกลืนกินเข้าไปแล้ว ชาตินี้ทั้งชาติเจ้าไม่มีทางได้มันไปแล้วหล่ะ”
ตูม!
ตาเฒ่าไม้โบราณโกรธเกรี้ยวขึ้นทันที “เป็นไปไม่ได้ เจ้าหลอกข้า! เมล็ดพันธุ์แห่งชีวิต ข้ารอคอยมานานหลายปีก็ยังกินมันไม่ได้ เจ้ามีวิธีใดกินมันเข้าไป”
“สาวน้อย เอามาให้ข้าซะดีดีเถอะ มิ