ถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์อันหนึ่ง ยังไม่ทันที่จะทำอะไร ก็เอาความเป็นความตายมาบีบคั้นผู้เป็นนายของตนเอง ช่างไร้คุณธรรมเสียจริง
แต่จิ่วเยี่ยนั้นไม่เหมือนกัน
ในตอนนั้นเขาคุกคามชีวิตของนาง แต่บัดนี้ไม่เป็นเช่นนั้นแล้ว เขากล่าวแต่เพียงว่าจะทำลายหอฉงโหลวบนเมฆา
มู่เฉียนซีเงยหน้าขึ้นมองจิ่วเยี่ยผู้ที่มองทุกชีวิตเหมือนดั่งมดปลวก นางเห็นได้ว่าเขาเปลี่ยนไปแล้วโดยที่ไม่รู้ตัว ดวงตาสีฟ้าที่เย็นเฉียบคู่นั้นมองมาทางมู่เฉียนซีด้วยความสงสัย เขากล่าวถามขึ้น “ซี เจ้าไม่ชอบหรือ ?”
จะเอาเมื่อตอนแรกเห็นมาเทียบกับปัจจุบันได้อย่างไร
ในตอนนี้เขาโดนพิษฝังลึกเข้าไปในไขกระดูกเสียแล้ว ในใจไม่อาจที่จะยอมให้นางได้รับบาดเจ็บแม้เพียงเล็กน้อย ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องที่จะทำให้นางตายเลย
มู่เฉียนซีส่ายศีรษะเบา ๆ “ไม่หรอก ที่จริงแล้วเจ้านั่นก็ไม่เลว ในเมื่อเจ้าต้องการให้ข้ารับไว้ ข้าก็จะรับเอาไว้”
ในตอนนี้เอง หอฉงโหลวบนเมฆาตื้นตันจนร้องไห้ออกมาจริง ๆ “ประเสริฐนัก! ช้างประเสริฐนัก…” “แต่… ได้ยินมาว่าที่แห่งนี้มีดอกเก้าพิฆาตลึกลับ เจ้าควรนำมันออกมามอบให้ข้าเป็นของขวัญหรือไม่ ?” มู่เฉียนซีกล่าวถามขึ้นมาอย่างกะทันหัน
เครื่องกลไกวิญญาณพึมพำกับตนเอง “ดอกเก้าพิฆาตลึกลับหรือ ? เหมือนว่าข้าจะโยนมันเข้าไปไว้ในมิติ นายท่านรอสักครู่ ข้าจะไปหามันประเดี๋ยวนี้เลย”
ผ่านไปเพียงไม่นาน เครื่องกลไกวิญญาณก็ได้นำดอกเก้าพิฆาตลึกลับมามอบให้มู่