มู่เฉียนซีจ้องมองเขาและกล่าวว่า “นี่เจ้าตั้งสติหน่อยได้หรือไม่ ถูกคนเรียกขานว่าเป็นมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพนิรันดร์ เหตุใดถึงได้หุนหันพลันแล่นเช่นนี้”
“แต่หวงจิ่วเยี่ยเขากล้าหลอกข้า” ความโกรธเกรี้ยวของอาถิงยังคงไม่ลดละ
ทว่า ตอนนี้เขากลับใจเย็นลงบ้างแล้ว เขามองหน้ามู่เฉียนซีและกล่าวว่า “นังผู้หญิงบ้า ชายผู้นั้นเป็นคนที่เชื่อไม่ได้ กล่าวความเท็จใหญ่โตอย่างหน้าตาเฉย ช่างน่ารังเกียจที่สุด”
“เจ้าอย่าได้โดนเขาหลอกเป็นอันขาด ไม่ว่ายังไงเจ้าก็เป็นพันธสัญญาของข้า เจ้าต้องเข้าข้างข้า” อาถิงกำหมัดแน่นพลางกล่าว
มู่เฉียนซียังคงฟังเขาอย่างใจเย็น อาถิงกล่าวต่อว่า “เชอะ! หากเจ้าไม่ช่วยข้า ต่อให้ร่างของข้าถูกทำลายลง ข้าก็จะลากผู้หญิงอย่างเจ้าลงหลุมไปพร้อมกับข้าด้วย”
ทันใดนั้นสองมืออันเรียวยาวคู่หนึ่งก็จับไปที่คางอันบอบบางของอาถิง เงยหน้าเขาขึ้น และได้สบตากัน
“ในฐานะที่เป็นพันธสัญญาของข้า คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะไม่เชื่อข้าถึงเพียงนี้ เจ้าไม่ต้องกลัวว่าข้าจะฆ่าเจ้าหรอกนะ”
“แต่อีกฝ่ายเขาใช้หน้าตาความงามเป็นอาวุธ ใครจะรับประกันได้ล่ะว่าผู้หญิงบ้าเช่นเจ้าจะไม่ติดกับ! ผู้หญิงบ้าอย่างเจ้าก็จริง ๆ เลยนะ อยู่กับข้าผู้ที่หน้าตางดงามเพริศพริ้งดี ๆ ไม่ชอบ ไปชอบผู้ชายอันตรายสุดขีดอย่างเจ้านั่น”
มู่เฉียนซีไม่อยากต่อปากต่อคำกับเขาเรื่องนี้ ครั้นแล้วนางจึงกล่าวถามขึ้นว่า “แล้วตกลงนี่มันเรื่องอะไรกันแน่ ?”
ดวงตาของอาถิงเ