ปล่งประกายขึ้น เขากล่าวว่า “ข้าก็ยังไม่แน่ใจ รอให้ข้าแน่ใจก่อนแล้วค่อยว่ากันเถอะ! แต่ถ้าหากเป็นจริงขึ้นมาแล้วล่ะก็ ข้ากับหวงจิ่วเยี่ยก็ต้องตายกันไปข้างนึง ถึงตอนนั้นเจ้าก็ยกเลิกพันธสัญญากับข้าเถอะ!”
“ศาลานิรันดร์ นี่เจ้าแน่ใจว่าเจ้าแพ้แล้วงั้นรึ ?” มู่เฉียนซีขมวดคิ้วพลางกล่าวถาม
“ข้าไม่แพ้เด็ดขาด ต่อให้ข้าจัดการเขาไม่ได้ ข้าก็จะลากเขาให้ตายไปพร้อมกับข้าด้วย!” ดวงตาสีเขียวอ่อนคู่นั้นเด็ดเดี่ยวอย่างมิอาจเทียบได้ และไม่หวั่นกลัวต่อสิ่งใด
มู่เฉียนซีมองมาที่เขาและกล่าวว่า “อาถิง บางทีเรื่องมันอาจจะไม่ได้เลวร้ายอย่างที่เจ้าคิดก็ได้”
“เจ้าแน่ใจแล้วรึว่าจะไม่บอกข้า ?”
“พลังวิญญาณเพียงน้อยนิดเช่นเจ้า อย่าเข้ามาพัวพันจะดีกว่า!” อาถิงมองมู่เฉียนซีด้วยความดูถูกดูแคลน
“ดี! ดีมาก รังเกียจพลังที่อ่อนแอของข้า งั้นเจ้าก็กลับเข้าไปอยู่ในมิติพันธสัญญาซะเถอะ! หากไม่ได้รับอนุญาตจากข้า เจ้าก็ออกมาไม่ได้!” มู่เฉียนซีใช้พลังพันธสัญญาบังคับให้อาถิงกลับเข้าไปอยู่ในมิติ
ในความเป็นพันธสัญญาของพวกเขา มู่เฉียนซีคือเจ้านาย คิดอยากจะให้อาถิงกลับเข้าไปในมิติ อาถิงก็มิอาจขัดได้
อาถิงถูกบังคับให้กลับเข้าไปในมิติ เขาตะโกนด้วยความโกรธเกรี้ยวว่า “ช่างน่ารังเกียจยิ่งนัก นังผู้หญิงบ้า เจ้าจำเอาไว้เลยนะ คราวหน้าหากเกิดอันตรายขึ้นกับเจ้า อย่ามาขอให้ข้าลงมือก็แล้วกัน!”
“เจ้า……เจ้า……”
อาถิงตะโกนบ่นอยู่ในมิติ มู่เฉียนซีกล่าว