ป็นศิษย์ที่แท้จริงของเขาคือใคร ?” ข้อมูลของคนผู้นี้ดีกว่าสวะไร้ประโยชน์สองคนก่อนหน้านี้มาก
“ศิษย์ที่แท้จริงของบรรพบุรุษนั้นเป็นบุคคลในความลับมาโดยตลอด ถึงแม้ว่าข้าจะเป็นฝ่ายสู้รบ แต่เรื่องนี้ข้าก็ไม่อาจรู้ได้จริง ๆ!”
“อืม! ก็แค่นี้!”
“ก็แค่นี้ ?”
“เช่นนั้น ก็ถึงเวลาที่ข้าจะจัดการกับเจ้าแล้ว!” เข็มยาของมูเฉียนซีปักลงบนร่างของเขา และจบชีวิตเขาอย่างสมบูรณ์
นางกล่าวว่า “เราไปตามหาหลินเอ๋อร์กันเถอะ! ต้องเอาตัวเขากลับมาจากตาเฒ่าบ้านั่นให้ได้ ก่อนที่มันจะพาขึ้นไปชั้นบน”
“ต้องช่วยได้แน่นอน!” ชิวหลิงกำหมัดแน่นพลางกล่าว
ข้างกายมียอดฝีมือขั้นจักรพรรดิมาหนึ่งคน พวกเขาเดินทางได้เร็วอย่างเห็นได้ชัด ทว่า พวกเขาก็ยังคงหาตัวไม่เจอ
มู่เฉียนซีกล่าวขึ้นว่า “ตกลงว่าป่าในชั้นกลางนี่มันกว้างใหญ่แค่ไหนกันแน่”
“ข้ากำลังหลับใหลอยู่ ไม่อาจตอบคำถามของเจ้าได้ ได้โปรดเจ้าจงช่วยตัวเอง” เสียงของกลไกวิญญาณดังก้องขึ้น
มุมปากของมู่เฉียนซีกระตุกขึ้นขณะเอ่ยว่า “เจ้าแสร้งแกล้งทำเป็นหลับใหลเช่นนี้จะดีรึ ? รีบตอบคำถามข้าเดี๋ยวนี้!”
“นี่เจ้าเป็นคนยังไงกันแน่! นึกไม่ถึงจริง ๆ ว่าจะกล้ากล่าววาจาเช่นนี้กับข้า” กลไกวิญญาณบ่นอย่างหงุดหงิด
“อย่ามัวเสียเวลาอยู่เลย รีบบอกข้ามาเดี๋ยวนี้!”
“ขอบเขตของชั้นกลางนั้นใหญ่จนพวกเจ้าคิดไม่ถึงเลยหล่ะ ค่อย ๆ หากันไปเถอะ!”
มู่เฉียนซีรู้ว่าไม่อาจถามอะไรจากกลไกวิญญาณได้ ดังนั้นจึงทำได้เพียงแต่เด