“เห็นได้ชัดเลยว่านี่เป็นการสุ่ม แล้วเหตุใดข้าถึงได้มีความรู้สึกว่าชายผู้นี้จงใจที่จะเลือกเข้ามา…?”
คำตอบของคำถามนี้แน่นอนว่าจิ่วเยี่ยคงจะไม่บอกมัน“สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ระดับหนึ่ง จัดการเรียบร้อย!”ในตอนที่มู่เฉียนซีใช้พลังจิตในการสะกดสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ระดับหนึ่งตัวหนึ่งเอาไว้ ใบหน้าของนางก็เผยแววแห่งความยินดีออกมา“ทำต่อไป!”— ตูม! ตูม! ตูม! —เมื่อต้องเผชิญกับผู้ฝึกยุทธ์ที่บ้าคลั่งเช่นมู่เฉียนซี วันสุดท้ายของสัตว์วิญญาณเหล่านี้ก็ได้มาถึงแล้วระดับที่หนึ่ง ระดับที่สอง ไล่ไปยังระดับที่สาม จนระดับที่สี่โผล่ออกมา!— บึ้ม! —มีบางอย่างระเบิดขึ้นในหัว ทันใดนั้นมู่เฉียนซีรู้สึกเพียงแต่ว่าในหัวของนางนั้นว่างเปล่าไปได้อย่างไรก็ไม่ทราบพลังความแข็งแกร่งของสัตว์วิญญาณระดับที่สี่นั้นเทียบได้กับระดับมหาจักรพรรดิแห่งภูต สถานะของวิญญาณของมันมิใช่สิ่งที่บุคคลระดับราชาเช่นนางจะสามารถต่อกรด้วยได้— ปัง! —ทันใดนั้นจิ่วเยี่ยรีบคว้าร่างมู่เฉียนซีที่สลบไป“บุ่มบ่ามเกินไป” จิ่วเยี่ยกล่าวด้วยเสียงต่ำ“อืม… ข้าง่วง ให้ข้าหลับสักครู่เถอะ” มู่เฉียนซีไม่รีรอ นางทิ้งตัวลงไปในอ้อมอกของจิ่วเยี่ย เรียกได้ว่านางหลับไปจนศีรษะปักอกจิ่วเยี่ยเลยก็ว่าได้.
คำตอบของคำถามนี้แน่นอนว่าจิ่วเยี่ยคงจะไม่บอกมัน
“สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ระดับหนึ่ง จัดการเรียบร้อย!”ในตอนที่มู่เฉียนซีใช้พลังจิตในการสะกดสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ระดับหนึ่งตัวหนึ่งเอาไว้ ใบ