้มาถึงแล้วระดับที่หนึ่ง ระดับที่สอง ไล่ไปยังระดับที่สาม จนระดับที่สี่โผล่ออกมา!— บึ้ม! —มีบางอย่างระเบิดขึ้นในหัว ทันใดนั้นมู่เฉียนซีรู้สึกเพียงแต่ว่าในหัวของนางนั้นว่างเปล่าไปได้อย่างไรก็ไม่ทราบพลังความแข็งแกร่งของสัตว์วิญญาณระดับที่สี่นั้นเทียบได้กับระดับมหาจักรพรรดิแห่งภูต สถานะของวิญญาณของมันมิใช่สิ่งที่บุคคลระดับราชาเช่นนางจะสามารถต่อกรด้วยได้— ปัง! —ทันใดนั้นจิ่วเยี่ยรีบคว้าร่างมู่เฉียนซีที่สลบไป“บุ่มบ่ามเกินไป” จิ่วเยี่ยกล่าวด้วยเสียงต่ำ“อืม… ข้าง่วง ให้ข้าหลับสักครู่เถอะ” มู่เฉียนซีไม่รีรอ นางทิ้งตัวลงไปในอ้อมอกของจิ่วเยี่ย เรียกได้ว่านางหลับไปจนศีรษะปักอกจิ่วเยี่ยเลยก็ว่าได้.
นางสามารถสัมผัสได้ว่าพลังจิตของตนเองแข็งแกร่งขึ้นมาก เมื่อเดินออกจากที่นี่ นางจะต้องมีพลังมากขึ้นในการปรุงยาน้ำและหลอมยาเม็ดให้ดีขึ้นกว่านี้เป็นแน่
มู่เฉียนซีทุ่มเทอย่างสุดความสามารถ แต่จิ่วเยี่ยกลับมองอยู่ข้าง ๆ อย่างเงียบ ๆ ที่เป็นเช่นนี้เพราะไม่มีวิญญาณสัตว์ตัวใดกล้าเข้าใกล้จิ่วเยี่ย สัญชาตญาณของพวกมันบอกพวกมันว่าเขาผู้นี้เป็นบุคคลอันตรายมาก บุคคลผู้ที่สามารถทําให้พวกมันกลายเป็นเถ้าถ่านได้ทุกเมื่อ
เครื่องกลไกวิญญาณพึมพํากับตัวเอง “แม้ว่าที่นี่คือสนามทดสอบที่หนึ่งของหอฉงโหลวบนเมฆา แต่มันได้กลายเป็นสถานที่ที่ดีที่สุดสําหรับให้สาวน้อยผู้นี้ได้ใช้ในการฝึกฝนพลังเชื่อมสัตว์วิญญาณตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ?”