“เจ้าสวะเซี่ย ลงมือ!” มู่เฉียนซีมองไปที่เชียนอ้าวเซี่ย
เชียนอ้าวเซี่ยกล่าว “ทำไมถึงได้เป็นข้าล่ะ!”
“พลังวิญญาณของข้าฟื้นกลับมาแล้ว น่าหลานก็ด้วย ส่วนท่านอาก็เดินเหินไม่สะดวก อีกอย่างพลังของเจ้าก็เป็นถึงมหาจักรพรรดิ”
“ขั้นมหาจักรพรรดิแล้วยังไงล่ะ ตอนนี้ข้าบาดเจ็บอยู่นะ ทำไมถึงไม่ให้เขาไป!” เชียนอ้าวเซี่ยชี้ไปที่จิ่วเยี่ยด้วยความโกรธ
นิ้วที่เรียวยาวขาวดั่งหยกนั้น ชี้มาที่จิ่วเยี่ย ดวงตาของจิ่วเยี่ยหรี่ลงเล็กน้อย คิดอยากจะจัดการนิ้วเรียวยาวนั้นให้กลายเป็นกระดูกขาวไปเสีย
เชียนอ้าวเซี่ยรู้สึกได้ถึงกลิ่นอายที่เย็นยะเยือกอันน่าสะพรึงกลัวนั้น ราวกับกำลังโดนสัตว์ร้ายที่อันตรายกำลังจ้องเขมือบอยู่ก็มิปาน
มู่เฉียนซีกล่าว “หากให้จิ่วเยี่ยลงมือกับตาเฒ่าบ้านั่นก็จะเป็นการเสียแรงโดยใช่เหตุนะสิ เจ้านั่นแหละเหมาะสมที่สุดแล้ว”
จิ่วเยี่ยได้ยินเช่นนี้ก็ดึงกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวนั้นกลับมา และยิ้มมุมปากเล็กน้อย!
ไม่ใช่ว่ามู่เฉียนซีจะกดขี่ใช้งานเชียนอ้าวเซี่ยเยี่ยงทาส แต่เพราะว่าหากนางใช้จิ่วเยี่ยลงมือ ไม่แน่จิ่วเยี่ยก็อาจจะไม่ช่วยชีวิตผู้ที่ไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรเกี่ยวข้องกับเขาอย่างหลินเอ๋อร์ก็ได้
เชียนอ้าวเซี่ยแทบจะกระอักเลือด ครั้นแล้วเขาก็กัดฟันกรอดและกระโดดขึ้นไปบนอากาศในทันที
“ตาเฒ่าบ้า ส่งตัวเด็กน้อยมาให้ข้าซะโดยดี”
ตาเฒ่าบ้ากล่าว “เหอะ เหอะ! ไอ้หนู เจ้าอย่าคิดว่าตัวเองได้เลื่อนขั้นพลังวิญญาณเ