งเชียนอ้าวเซี่ยตอนนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย พลังของตาเฒ่าบ้านั่นแข็งแกร่งกว่าเขาหนึ่งระดับ อีกอย่างเขาก็เหนื่อยล้ามาจากการต่อสู้ก่อนหน้านี้แล้วด้วย นอกจากนี้เขายังต้องระมัดระวังไม่ให้ทำร้ายโดนหลินเอ๋อร์ที่อยู่ในอ้อมแขนของตาเฒ่าบ้าผู้นี้ ไม่ว่าลงมือด้วยกระบวนท่าใดเขาก็มีความกังวลมาก ไม่กล้าลงมือเต็มที่
เชียนอ้าวเซี่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ตาเฒ่า ลองกระบวนท่านี้หน่อยเป็นไง!” กระบี่วิญญาณน้ำแข็งพ่นเกล็ดเหมันต์อันหนาวเหน็บและแหลมคมออกมา เชียนอ้าวเซี่ยตะโกนอย่างดุดันว่า “คมหิมะพันสะท้าน!”
ทันใดนั้นเองกระบี่ขนาดใหญ่สีขาวราวหิมะเล่มหนึ่งก็ปรากฏขึ้นบนอากาศ และพุ่งไปที่ตาเฒ่าบ้าคลั่งนั่น!
ร่างของตาเฒ่าบ้าร่วงลงมาก เมื่อเห็นตามเฒ่าบ้าพ่ายแพ้เช่นนี้สีหน้าของชิวหลิงก็เผยให้เห็นถึงความดีใจ นางรีบพรวดเข้าไปตะโกนดังลั่น!
“หลินเอ๋อร์!”
ทว่า จู่ ๆ ก็มีร่างชายในชุดเทาอีกคนหนึ่งโผล่ออกมาคว้าตัวหลินเอ๋อร์เอาไว้!
คนผู้นั้นก็คือเจ้าสำนักคนเก่าของสำนักอวิ๋นเยียนนั่นเอง!
“สองคน สองคน! มีเจ้าสำนักคนเก่าสองคนได้อย่างไร นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ?’
“สองคน!”
หลังจากที่เจ้าสำนักคนเก่าคว้าตัวหลินเอ๋อร์เอาไว้ ร่างอีกร่างหนึ่งที่บาดเจ็บสาหัสก็อันตรธานหายไปในทันที
“แยกร่าง! แยกร่างเป็นสองร่าง นึกไม่ถึงเลยว่าเจ้าสำนักคนเก่าของสำนักอวิ๋นเยียนฝึกฝนเคล็ดวิชาลับเช่นนี้ด้วย!”
มู่เฉียนซีกล่าวเสียงขรึมว่า “บัดซบยิ่งนัก นึกไ