ั่นสะเทือนราวกับผืนพสุธากำลังพิโรธก็มิปาน!
สุริยคราส พสุธาสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น หรือว่าวันโลกาวินาศจะมาถึงแล้ว?
ผืนพสุธาสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วธรณี มู่เฉียนซีเองยืนทรงตัวไม่อยู่ อีกทั้งยังไม่ทันได้ลงมือวางยาพิษคนของหุบเขาหมอเทวดาเลย
ในขณะที่นางกำลังจะล้มลง ทันใดนั้นกลิ่นอายที่เย็นยะเยือกก็เข้ามาใกล้นาง และได้ดึงร่างนางมากอดไว้ในอ้อมแขน!
ตูม ตูม ตูม!
ภูเขาทั้งลูกกำลังจะพังทลาย เบื้องหน้านั้นมืดสนิทมองไม่เห็นสิ่งใดเลย ทว่า จิ่วเยี่ยนั้นยืนได้อย่างคงที่พามู่เฉียนซีเดินไม่เซแม้แต่น้อย
มู่เฉียนซีกล่าวถาม “นี่มันเกิดอะไรขึ้น? วันโลกาวินาศเหรอ? ข้าเพิ่งจะมาอยู่ได้ไม่นานเองนะโลกาจะวินาศแล้วงั้นเหรอ? ”
“โลกาวินาศ!” จิ่วเยี่ยพ่นคำพูดออกมาสี่คำอย่างเชื่องช้า และค่อย ๆ คิดคาดคะเน จากนั้นเขาก็ตอบว่า “ไม่ใช่ โลกาไม่มีทางวินาศได้ง่ายเช่นนี้ มันต้องมีอะไรบางอย่างกำลังจะปรากฏขึ้น”
“อะไรบางอย่างที่เจ้าว่าคืออะไรเหรอ? ทำไมถึงได้เล่นใหญ่เช่นนี้! อาถิงกับนิรันดร์ล้วนเป็นมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพนิรันดร์ ตอนปรากฏขึ้นก็ไม่ได้เล่นใหญ่ถึงเพียงนี้!”
จิ่วเยี่ยกล่าว “หากข้าเดาไม่ผิด น่าจะเป็นหอฉงโหลวบนเมฆา!”
ดวงตาของมู่เฉียนซีเปล่งประกายขึ้นด้วยความตื่นเต้น “หอฉงโหลวบนเมฆา!”
ทันทีที่นางพูดจบ ความมืดมิดบนท้องนภาก็ได้อันตรธานหายไป และท้องนภาก็กลับมาสว่างขึ้น ภูเขาอวิ๋นเยียนได้กลายเป็นร่องน้ำนับพัน ทั่วทุกแห่ง