“ซีเอ๋อร์!”น่าหลานอวี้เห็นว่าน้อยครั้งนักที่มู่เฉียนซีจะโกรธ ตอนนี้เขาพบว่านางที่กำลังโกรธอยู่นั้น ยากที่จะรับมือยิ่งกว่าพวกที่หลอกผู้อื่นอย่างใจดำเสียอีก เขาคงมิอาจทำอะไรได้แล้วเขานั้นรู้ดีว่าหากตนปฏิเสธต่อไปอีก รับประกันได้เลยว่ามู่เฉียนซีจะต้องหันหน้าหนีแล้วเดินจากไปอย่างแน่นอน น่าหลานอวี้ที่อ่านคนได้อย่างทะลุโปร่งเสมอมา อ่านได้เข้าใจอย่างชัดเจนน่าหลานอวี้กล่าว “หนึ่งเม็ด ข้ามีเพียงหนึ่งเม็ดก็พอแล้ว ข้าเป็นนายน้อยแห่งหอการค้าอันดับหนึ่ง ที่รอบกายมีคนคอยคุ้มกัน ไม่มีเหตุไม่คาดคิดอันใดหรอก”“สามเม็ดก็คือสามเม็ด!” ท่าทีของมู่เฉียนซีแข็งกระด้างเป็นอย่างมากทว่าน่าหลานอวี้ยังคงต่อรอง “สองเม็ดก็พอแล้ว”.
“เช่นนั้นแล้ว เจ้าเอามันกลับไปเสีย ข้าไม่รับมันไว้แน่”
“แต่ว่าข้านั้นมีจริง ๆ”“นั่นก็คงไม่มากนัก”มู่เฉียนซีพ่นลมหายใจก่อนจะกล่าว “น่าหลานอวี้ ถ้าหากว่าเจ้าเห็นว่าข้าเป็นสหายที่สำคัญของเจ้าจริงละก็ รับยาเทียนตี้ซวนหวงไว้เสีย นั่นเท่ากับว่าเจ้ามีชีวิตเพิ่มขึ้นมาสามชีวิต และก่อนที่พลังความสามรถของเจ้าจะตามสวะเซี่ยได้ทัน เจ้าเองก็จะมีสิ่งนี้ไว้เป็นสิ่งคุ้มกันมิใช่หรือ ?”น่าหลานอวี้ตะลึงไปเล็กน้อย ในเมื่อนางกล่าวมาเช่นนี้ เช่นนั้นก็แสดงว่านางได้ถือเอาเขาเป็นสหายคนสำคัญของนางแล้วอย่างแน่แท้ในเมื่อเป็นสหาย แล้วยิ่งมีคำขยายเช่นนั้น นี่ก็ทำให้เขามีความสุขเสียจนหาทิศเหนือไม่เจอแล้วแต่ว่าก็มิอาจปล่