ป็นอย่างมากทว่าน่าหลานอวี้ยังคงต่อรอง “สองเม็ดก็พอแล้ว”.
มู่เฉียนซีเบ้ปากกล่าว “น่าหลาน เจ้านั้นเป็นจิ้งจอกเฒ่าที่แช่แห้งอยู่ในดงการค้ามานานปีจริง ๆ เรื่องเช่นนี้กลับหลอกเจ้ามิได้”
“เช่นนั้นแล้ว เจ้าเอามันกลับไปเสีย ข้าไม่รับมันไว้แน่”“แต่ว่าข้านั้นมีจริง ๆ”“นั่นก็คงไม่มากนัก”มู่เฉียนซีพ่นลมหายใจก่อนจะกล่าว “น่าหลานอวี้ ถ้าหากว่าเจ้าเห็นว่าข้าเป็นสหายที่สำคัญของเจ้าจริงละก็ รับยาเทียนตี้ซวนหวงไว้เสีย นั่นเท่ากับว่าเจ้ามีชีวิตเพิ่มขึ้นมาสามชีวิต และก่อนที่พลังความสามรถของเจ้าจะตามสวะเซี่ยได้ทัน เจ้าเองก็จะมีสิ่งนี้ไว้เป็นสิ่งคุ้มกันมิใช่หรือ ?”น่าหลานอวี้ตะลึงไปเล็กน้อย ในเมื่อนางกล่าวมาเช่นนี้ เช่นนั้นก็แสดงว่านางได้ถือเอาเขาเป็นสหายคนสำคัญของนางแล้วอย่างแน่แท้ในเมื่อเป็นสหาย แล้วยิ่งมีคำขยายเช่นนั้น นี่ก็ทำให้เขามีความสุขเสียจนหาทิศเหนือไม่เจอแล้วแต่ว่าก็มิอาจปล่อยความสุขวิ่งชนเสียจนสูญเสียความมีเหตุมีผลไป “แต่ข้านั้นอยากให้เจ้ามีอะไรไว้ปกป้องตนเองมากกว่านี้ เช่นนั้นแล้ว ข้าจึงมิอาจรับไว้ได้”“น่าหลานอวี้ ข้าโกรธจริง ๆ แล้วนะ ข้าให้ยาเจ้าไป เจ้ากลับไม่รับไว้” มู่เฉียนซีถลึงตามองบุคคลเบื้องหน้าด้วยความโกรธเคืองโดยทั่วไปแล้ว สำหรับผู้ที่เป็นสหายกัน มู่เฉียนซีจะมีอารมณ์ที่ดีด้วยเสมอมาแต่สำหรับสุนัขจิ้งจอกที่ไม่อาจหลอกได้อย่างน่าหลานอวี้ในเวลานี้ มู่เฉียนซีนั้นโกรธเข้าจริง ๆ เสียแล้ว