้านี้พวกเขาจะได้เปรียบเป็นอย่างมาก แต่เมื่อมหาจักรพรรดิทั้งสามปรากฏตัวขึ้น ก็เหมือนกับว่าได้คาดโทษตายให้กับพวกเขาแล้ว “พวกเจ้ารนหาที่ตายแล้ว!” พลังความกดดันระดับมหาจักรพรรดิเข้าปกคลุมไปทั้งสำนักอวิ๋นเยียน และได้คืบแผ่เข้าไปใกล้ร่างมู่เฉียนซี
มู่อวู่ซวงกำหมัดทั้งสองข้างไว้แน่น รีบไสรถเข็นของตนไปกันขวางไว้ที่ด้านหน้าหลานสาว
ขณะนั้นเอง พลังแห่งความเย็นยะเยือกของใครคนหนึ่งก็ได้เข้าปกคลุมไปทั้งสำนักอวิ๋นเยียน และได้ปัดป้องพลังกดดันของผู้อาวุโสสูงสุดแห่งสำนักอวิ๋นเยียนไป
“โอ้!”
“พลังแรงกดดันระดับมหาจักรพรรดิ!” “ในที่แห่งนี้ยังมียอดฝีมือระดับมหาจักพรรดิอีกผู้หนึ่งอย่างนั้นรึ ?”
“พลังแห่งความเย็นเยือกนี้… เป็น… เป็นจักรพรรดิเซี่ย! ที่แท้แล้วจักรพรรดิเซี่ยก็เป็นยอดฝีมือระดับมหาจักรพรรดิเช่นกัน”
ทุกคนต่างพากันกระซิบกระซาบ ทว่าจักพรรดิเซี่ยนั้นอยู่ที่ไหนกัน ?
เงาร่างสีขาวร่างหนึ่งวาดเป็นเส้นโค้งที่สวยงามลงมากลางอากาศ ใบหน้าที่ดูราวกับปีศาจหิมะ ร่างของเขานั้นก็โอนอ่อนและสามารถดัดขึ้นมาตรงได้ในเวลาเพียงพริบตา ทั้งตัวของเขากอปรไปด้วยกลิ่นอายอันเย็นยะเยือกที่รุนแรง พวกเขามองเงาร่างสีขาวนั้น เมื่อมองเข้าไปอีกทีแล้วมองซ้ำอีกครา ท้ายที่สุดจึงได้แต่ยอมรับความจริง แต่พวกเขากลับตะลึงงัน อ้าปากค้างคางตกอยู่เช่นนั้น
“นั่น… นั่นเป็นองค์รัชทายาทเซี่ย!”
“สวรรค์! องค์รัชทายาทเส้นลมปราณ… เอ่อ… มิใช่ว่าเสียเส