งนั้น บัดนี้ก็เหมือนรูปปั้นองค์พระโพธิสัตว์ที่กำลังข้ามแม่น้ำใหญ่ แม้แต่ตนเองนั้นยังแย่ เขาจึงไม่ได้สนใจนาง
นางถูกเด็กสาวที่โหดร้ายทรมานเสียจนกลายเป็นคนตาบอด นางคิดว่าหากเป็นเช่นนี้ มิสู้ปลิดชีวิตตัวเองเสียไม่ดีกว่าหรือ ?— พรวด! —
ความคิดนี้เพิ่งผุดขึ้นในใจนาง ทว่ามู่เฉียนซีก็ได้หยิบเอาเข็มยาอีกเข็มหนึ่งออกมา แล้วปักเข้าไปยังคอของนาง ทำให้นางนั้นไม่มีแม้แต่แรงที่จะปลิดชีพตนเอง เท่านั้นยังไม่พอ เมื่อครู่นี้กระดูกของนางเพิ่งแตกหักไป ด้วยเวลาเพียงชั่วพริบตา นางพบว่าเส้นลมปราณของตนเองกำลังจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ
“อ๊ากกกกก!” เส้นลมปราณถูกทำลายป่นปี้ อีกทั้งพลังวิญญาณที่ฝึกปรือมาทั้งชีวิต ล้วนแต่ไม่เหลือสิ่งใด คงไว้แต่ความว่างเปล่า อวิ๋นเฟิ้งในตอนนี้มีชีวิตอย่างไร้ความหมาย ทว่าสตรีอย่างนางที่ถูกปีศาจชั่วร้ายควบคุมเอาไว้หมดทุกอย่างนั้น แม้คิดที่จะตายไป ก็ยังเป็นความหวังลม ๆ แล้ง ๆ
มู่เฉียนซีกล่าว “ต่อไป… ตัวยาชนิดที่สองจะถูกใช้แล้ว” นางส่ายหน้าอย่างหวั่นกลัว “ไม่…. อย่า ต่อไปข้าไม่กล้าอีกแล้ว… ข้าผิดเอง ข้าสมควรตายเป็นหมื่นครั้ง ในตอนนั้นข้าไม่ควรที่จะไปวางยาพิษอวู่ซวงอาของเจ้า ทำให้ดวงตาและขาทั้งสองข้างของเขาพิการ ตอนนั้นรู้อยู่แท้ ๆ ว่าตนเองไม่เหมาะสมกับเขา และถูกเขากล่าวเรื่องจริงออกมาจึงทำให้โกรธแค้นกลายเป็นความอับอายจึงได้วางยาพิษเขา ข้า…”
อวิ๋นเฟิ้งนั้นสารภาพบาปออกมาทั้งหมด พร้อมทั้งกล่า